วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม 2569

Login
Login

หุ้น Apple ร่วง ปัญหาซัพพลายขาดแคลนส่งผลกระทบต่อคาดการณ์ยอดขาย

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาหุ้นของ Apple Inc ลดลงในการซื้อขายช่วงนอกเวลาทำการ หลังจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนกดดันตัวเลขคาดการณ์ยอดขายของบริษัท ซึ่งส่งผลอย่างชัดเจนว่าข้อจำกัดด้านอุปทานทั่วทั้งอุตสาหกรรมกำลังสร้างความเสียหายมากกว่าที่คาดไว้

 

รายได้จะเติบโต 9% ถึง 11% ในไตรมาสที่ 4 ของปีงบการเงิน (ซึ่งสิ้นสุดเดือนกันยายน) บริษัทระบุระหว่างการแถลงผลประกอบการผ่านทางออนไลน์เมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.69) โดยนักวิเคราะห์เคยคาดการณ์การเติบโตไว้ที่มากกว่า 12% สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเป็นไตรมาสเปิดตัวของ iPhone รุ่นถัดไป

 

Apple ต้องดิ้นรนอย่างมากในการจัดหาหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์ให้เพียงพอ และต้องรับมือกับต้นทุนชิปหน่วยความจำ (Memory) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัทต้องปรับขึ้นราคา Mac และ iPad ในเดือนที่ผ่านมา

 

  • วิกฤตซัพพลายขาดแคลน

วิกฤตอุปทานยังส่งผลให้ระยะเวลาการรอสินค้าคอมพิวเตอร์รุ่นสำคัญอย่าง Mac mini และ Mac Studio นานขึ้น ระหว่างการแถลง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทิม คุก กล่าวว่าข้อจำกัดด้านอุปทานจะส่งผลกระทบต่อ Mac, iPhone และ iPad เพิ่มขึ้นในไตรมาสปัจจุบัน รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนก็กำลังขัดขวางการเติบโตเช่นกัน

 

คาดการณ์ที่น่าผิดหวังนี้ส่งผลให้หุ้น Apple ร่วงลงราว 6% ในการซื้อขายช่วงนอกเวลาทำการ

 

ทิม คุก เปรียบเทียบปัญหาต้นทุนชิปหน่วยความจำว่าเหมือนกับ "มหาอุทกภัยในรอบ 100 ปี" พร้อมเสริมว่าการขาดแคลนชิปถูกกระตุ้นโดยความต้องการ iPhone และ Mac ที่สูงกว่าคาด เขาเจาะจงถึงความสนใจของผู้บริโภคต่อ iPhone 17 และ MacBook Neo ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ราคาประหยัด

 

นอกจากนี้ Apple ยังระบุว่าการเติบโตของธุรกิจบริการ จะชะลอตัวลงในไตรมาสสิ้นสุดเดือนกันยายน และเตือนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่มีต่อโมเดลธุรกิจ App Store ในสหภาพยุโรปและภูมิภาคอื่น กฎหมายใหม่ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถเก็บเงินค่าสมัครสมาชิกได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านค่าธรรมเนียมของ Apple อีกทั้งรายได้จากเกมก็ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน

 

นอกจากนี้ ผลประกอบการของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยียังแสดงให้เห็นรายได้ที่อ่อนตัวกว่าคาดในจีนและจากธุรกิจบริการในช่วงไตรมาสสิ้นสุดเดือนมิถุนายน โดยยอดขายในจีนมีมูลค่า 18,800 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าระดับ 19,600 ล้านดอลลาร์ที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดไว้

 



รายได้จากธุรกิจบริการเติบโต 12% สู่ระดับ 30,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งน่าผิดหวังเมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ที่ 31,400 ล้านดอลลาร์ ธุรกิจนี้รวมถึง Apple Music, App Store, การสมัครสมาชิก iCloud, สตรีมมิ่งวิดีโอ และบริการดิจิทัลอื่นๆ

 

อย่างไรก็ตาม ยอดขายรวมยังคงสูงกว่าที่คาดการณ์ โดยพุ่งขึ้น 16% สู่ระดับ 109,400 ล้านดอลลาร์

  • ทิม คุก ส่งต่อตำแหน่งซีอีโอให้ จอห์น เทอร์นัสเดือน ก.ย.

 

ไตรมาสนี้นับเป็นบทส่งท้ายงานบริหารของ ทิม คุก ผู้ซึ่งจะส่งไม้ต่อให้กับ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ในวันที่ 1 กันยายน โดยคุก ซึ่งเป็นผู้นำของ Apple มาตั้งแต่ปี 2011 ได้สร้างความหลากหลายให้กับไลน์สินค้า และเพิ่มยอดขายต่อปีจนเกือบถึงครึ่งล้านล้านดอลลาร์

 

หุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นมาแล้ว 23% ในปีนี้ก่อนการรายงานผลประกอบการ ซึ่งแซงหน้าคู่แข่งกลุ่มเทคโนโลยีหลายราย Apple เพิ่งทวงตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกกลับคืนมาได้เมื่อไม่กี่วันก่อน โดยแซงหน้า Nvidia Corp ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจากกระแสการทุ่มเงินลงทุนใน AI บริษัทมีมูลค่าตลาดปัจจุบันเกือบ 5 ล้านล้านดอลลาร์

 

iPhone ซึ่งเป็นสินค้าทำเงินหลักของ Apple เป็นจุดสว่างในไตรมาสที่ผ่านมา รายได้จากผลิตภัณฑ์นี้พุ่งขึ้น 22% สู่ระดับ 54,300 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว เหนือกว่าคาดการณ์ที่ 53,600 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าความต้องการยังคงแข็งแกร่งสำหรับ iPhone 17 ซีรีส์ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และบริษัทยังได้เปิดตัวรุ่นประหยัด 17e ในเดือนมีนาคมอีกด้วย

 

กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2.02 ดอลลาร์ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เทียบกับคาดการณ์เฉลี่ยที่ 1.89 ดอลลาร์ต่อหุ้น

 

รายได้จาก Mac อยู่ที่ประมาณ 10,400 ล้านดอลลาร์ เติบโต 29% จากปีก่อนหน้า นับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นและเป็นส่วนงานที่มีความสำคัญเป็นพิเศษต่อ จอห์น เทอร์นัส บริษัทได้เปิดตัว Mac รุ่นใหม่ในเดือนมีนาคม ซึ่งรวมถึง MacBook Neo, MacBook Pro เวอร์ชันชิป M5 และ MacBook Air รุ่นใหม่ โดยวอลล์สตรีตคาดการณ์ไว้ที่ 8,620 ล้านดอลลาร์

 

ยอดขาย iPad อยู่ที่ 6,190 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 6,890 ล้านดอลลาร์ Apple ได้เปิดตัว iPad Air รุ่นใหม่ในเดือนมีนาคม และ iPad Pro รุ่นปรับปรุงเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่การอัปเกรดทั้งสองรุ่นเน้นไปที่ชิปใหม่มากกว่าการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ครั้งใหญ่

 

Apple กำลังวางแผนเปิดตัว Mac และ iPad รุ่นใหม่หลายรุ่นตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงช่วงใบไม้ผลิปีหน้า เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย ซึ่งรวมถึง MacBook หน้าจอสัมผัสรุ่นแรก และ iPad mini รุ่นยกเครื่องใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโฉมผลิตภัณฑ์ทั้งสองไลน์แบบครบวงจร

 

หมวดอุปกรณ์สวมใส่ บ้าน และอุปกรณ์เสริม ทำรายได้ 7,880 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อนหน้า ตรงกับคาดการณ์ที่ 7,870 ล้านดอลลาร์ Apple กำลังหาทางกระตุ้นกลุ่มนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าด้วยนาฬิการุ่นใหม่ และอุปกรณ์สำหรับบ้านชุดใหม่ ซึ่งรวมถึงโฮมฮับ (Home Hub) และกล่องรับสัญญาณทีวีรุ่นใหม่

 

บริษัทยังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอสินค้า โดยเมื่อวันอังคาร ได้เปิดตัวโปรแกรมเช่าซื้ออุปกรณ์ชื่อ Apple Upgrade ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้สามารถสมัครสมาชิกใช้ iPhone, iPad และ Mac และนำมาแลกเครื่องใหม่เมื่อครบสัญญา โปรแกรมนี้คล้ายกับการเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาในช่วงที่ผ่านมาสำหรับผู้ซื้อจำนวนมาก

  • งานท้าทายว่าที่ซีอีโอคนใหม่

 เทอร์นัส ผู้คร่ำหวอดใน Apple มานาน 25 ปี พร้อมที่จะเข้ารับตำแหน่งในช่วงเดือนสุดท้ายของไตรมาสปัจจุบัน โดยไตรมาสที่ 4 ปีงบของบริษัทถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งของบริษัท เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ iPhone รุ่นใหม่และอุปกรณ์หลักอื่นๆ มักจะออกวางจำหน่าย

 

 เทอร์นัส ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับเปลี่ยน Apple ให้เข้าสู่ยุค AI บริษัทซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย แห่งนี้ต้องดิ้นรนเพื่อไล่ตามในด้านนี้ โดยบริการปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทยังคงล้าหลังคู่แข่งในซิลิคอนวัลเลย์

 

“มีโอกาสมากมายสำหรับเรา กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ และเรามุ่งมั่นอย่างจริงจังกับแผนงานของเราและตื่นเต้นกับมันมาก”  เทอร์นัส กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการ ขณะที่ ทิม คุก ระบุว่าเทอร์นัสจะเป็นผู้นำในการแถลงผลประกอบการตั้งแต่ช่วงเวลานี้เป็นต้นไป

 

ว่าที่ CEO คนใหม่จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมายให้เปิดตัวหลังจากเข้ารับตำแหน่ง โดย Apple กำลังเตรียมเปิดตัว iPhone หน้าจอพับได้รุ่นแรก แว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) และอุปกรณ์สวมใส่อื่นๆ

 

ความท้าทายอื่นๆ ยังคงรออยู่  เทอร์นัสจำเป็นต้องสร้างทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงหลายคนใกล้วัยเกษียณ นอกจากนี้เขายังต้องผันวิกฤตสมองไหลของบริษัท ซึ่งต้องสูญเสียบุคลากรให้กับ OpenAI และคู่แข่งด้าน AI รายอื่นๆ กลับคืนมา