รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (30 ก.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง ขณะที่การเดินเรือในทะเลแดงยังคงเผชิญความไม่แน่นอน
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียเปิดฉากการโจมตีกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้กลุ่มผู้ก่อเหตุที่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สามารถสกัดกั้นการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวของอิหร่านที่มุ่งเป้าต่อกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
ขณะที่ อิหร่านเปิดเผยว่า ได้โจมตีเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซและฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน อีกทั้งยังปฏิเสธข้อเสนอของโอมาน ในการร่วมบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านเพิ่มเติม โดยขึ้นบัญชีดำหน่วยงาน 10 แห่ง และเรือบรรทุกน้ำมันอีก 8 ลำ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านให้ยุติสงคราม
(+) ตลาดจับตาสถานการณ์การเดินเรือในทะเลแดงอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนกำลังพิจารณาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือพาณิชย์ที่ต้องการสัญจรผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลแดง หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มดำเนินมาตรการดังกล่าว ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า จีนได้เจรจาโดยตรงกับกลุ่มฮูตีเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันของจีนสามารถแล่นผ่านทะเลแดงตอนใต้ได้โดยไม่ถูกโจมตี
(+) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.ค. 69 ปรับลดลง 7.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 404.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2018


