วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบร่วงลงต่อเนื่อง หลังข่าวการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบร่วงลงต่อเนื่อง หลังทรัมป์เผยอยู่ระหว่างเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงคราม ตลาดจับตาการสัญจรของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐ และอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

 

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันอังคาร (28 ก.ค. 69) หลังจากร่วงลงไปมากกว่า 7% ในวันจันทร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ Brent ดิ่งลงหนักที่สุดในรอบกว่า 3 เดือน โดยปิดตลาดใกล้ระดับ 88 ดอลลาร์ในวันจันทร์

 

รายงานจากสำนักข่าว Axios ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยว่าเขาตัดสินใจ ระงับ การโจมตีใส่อิหร่านชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้กับการเจรจาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่แน่ชัดว่ามีการหารืออย่างจริงจังระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นแล้วหรือยัง

  • ตลาดยังกังวลการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนอย่างหนักในเดือนนี้ โดยในช่วงแรกปรับตัวสูงขึ้นจากการสู้รบระหว่างวอชิงตันและเตหะรานที่ตึงเครียดขึ้นจนลุกลามไปยังทะเลแดง ก่อนจะร่วงลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเมื่อความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ดี บรรดาผู้ค้ายังคงระมัดระวังเนื่องจากการสัญจรของเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 

 

“ผมไม่คิดว่าปัญหาในตะวันออกกลางจะ ‘คลี่คลาย’ แล้ว” สก็อตต์ เชลตัน (Scott Shelton) ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจาก TP ICAP Group Plc กล่าว พร้อมเสริมว่า จำเป็นต้องมี “หลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งผมคิดว่ายังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้”

 

ในตะวันออกกลาง ตัวแทนเจรจาจาก อิหร่านและโอมาน กำลังพยายามบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดการเดินเรือผ่านเส้นทางน้ำดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับตลาดโลก และเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็น 1 ใน 5 ของปริมาณการขนส่งทั่วโลกต่อวันในช่วงภาวะปกติ

 

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ระบุว่า อิหร่านและโอมาน ซึ่งมีอาณาเขตติดกับช่องแคบดังกล่าวยังคงหารือกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายได้พบกันที่เตหะรานเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หากข้อตกลงประสบความสำเร็จ จะช่วยให้อิหร่านและสหรัฐ สามารถกลับมาเจรจาเรื่องการยุติสงครามระหว่างกันได้

 

กองทัพอิหร่านระบุว่าได้ระงับการตอบโต้ฐานทัพและกองกำลังสหรัฐ ในภูมิภาค เป็นผลมาจากตัดสินใจของทรัมป์ที่ชะลอการโจมตี โดยก่อนที่สหรัฐ จะประกาศระงับการโจมตีเมื่อวันศุกร์ อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีประเทศต่างๆ เช่น คูเวต บาห์เรน และจอร์แดน แทบจะรายวันในช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้า

 

นอกจากนี้ ปัญหาอุปทานตึงตัวในพื้นที่อื่นก็เริ่มคลี่คลายลงเช่นกัน โดยท่าเรือหลักของคาซัคสถานได้ กลับมารับการโหลดน้ำมัน อีกครั้ง หลังจากถูกโดรนของยูเครนโจมตีจนกระทบการส่งออก กระทรวงพลังงานของคาซัคสถานระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำเริ่มทำการโหลดน้ำมันที่คลังของ Caspian Pipeline Consortium ใกล้กับท่าเรือโนโวรอสซีสค์ของรัสเซียแล้ว

 

ทางด้าน Macquarie Group Ltd เตือนว่าภาวะน้ำมันล้นตลาด มีแนวโน้มจะกลับมาอีกครั้งก่อนสิ้นปี เนื่องจากวอชิงตันเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน และทันทีที่บรรลุข้อตกลง ตลาดน้ำมันจะมีอุปทานส่วนเกินอย่างมาก โดยคาดว่าจะเกินความต้องการสูงถึง 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาสที่ 4

 

  •  อัปเดตราคา เช้าวันอังคาร (28 ก.ค. 69)

 

WTI ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 0.9% อยู่ที่ 81.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 06:34 น. ตามเวลาสิงคโปร์

Brent ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ร่วงลง 8.7% ปิดที่ 88.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันจันทร์