วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สอบทุจริต 'รองประธานกลต.จีน' ดันคดีคอร์รัปชั่นการเงินทะลุ 400 ราย

สอบสวนทุจริต 'ฟาง ซิงไห่' รองประธานกลต.จีน ดันยอดคดีคอร์รัปชันภาคการเงินจีนทะลุ 400 รายในรอบ 5 ปี ลงดาบ/สอบสวนตัวใหญ่แล้วหลายคน

รัฐบาลจีนได้สั่งให้มีการสอบสวน "ฟาง ซิงไห่" (Fang Xinghai) อดีตรองประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นรายล่าสุด ส่งผลให้จำนวนเจ้าหน้าที่และผู้บริหารใน "ภาคการเงิน" ที่ตกเป็นเป้าการปราบปรามคอร์รัปชันจีน เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 400 รายแล้ว นับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา

ฟาง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเปิดตลาดทุนจีนให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงได้มากขึ้น กลายเป็นเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงรายล่าสุดที่ถูกสอบสวนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ "การละเมิดกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรง" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ทางการจีนมักใช้ในคดีคอร์รัปชัน

เฉพาะในปี 2026 นี้ มีเจ้าหน้าที่และบุคลากรในภาคการเงินราว 50 ราย ที่ถูกลงโทษทางวินัยหรืออยู่ระหว่างการสอบสวน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ในการรักษาการควบคุมระบบการเงินของประเทศ ซึ่งมีมูลค่าราว 556 ล้านล้านหยวน (ราว 2,750 ล้านล้านบาท) แม้ว่าจำนวนคดีใหม่จะเริ่มชะลอตัวลงแล้วก็ตาม

ข้อมูลที่บลูมเบิร์กรวบรวมจากการเปิดเผยของเว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบวินัย (CCDI) ระบุว่าในรอบ 5 ปีมานี้ หรือนับตั้งแต่ปี 2021 มีเจ้าหน้าที่และผู้บริหารมากกว่า 400 ราย จากธนาคาร บริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน ถูกสอบสวนหรือถูกลงโทษทางวินัย

ข่าวการถูกสอบสวนของฟางสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่ติดตามแวดวงการเงินจีนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเขาเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลและเป็นที่รู้จักในแวดวงการเงินระหว่างประเทศ

"ผมแทบตกเก้าอี้" แดเนียล เซนเกอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัท Wilton Partners กล่าวกับบลูมเบิร์กหลังทราบข่าวเมื่อค่ำวันศุกร์ โดยเขาเคยร่วมงานกับฟางในปี 2549 ระหว่างช่วยธนาคาร UBS Group AG ขยายธุรกิจในจีน

เซนเกอร์กล่าวเพิ่มเติมว่า การหายไปของฟางทำให้เกิดช่องว่าง เนื่องจากยังไม่มีผู้สืบทอดที่ชัดเจนในการผลักดันการพัฒนาภาคการเงินให้ทันสมัย หรือทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่มีประสิทธิภาพระหว่างสถาบันการเงินต่างชาติกับผู้กำหนดนโยบายของจีน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งได้เดินหน้ารวมศูนย์อำนาจกำกับดูแลอุตสาหกรรมการเงิน ควบคู่กับการรณรงค์ปราบปรามวิถีชีวิตแบบ "ฟุ้งเฟ้อและเสเพล" (hedonistic) ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนายธนาคารระดับสูง

การปราบปรามคอร์รัปชันที่เริ่มขึ้นในปี 2564 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาคการเงิน และค่อยๆ เปลี่ยนเป้าหมายจากผู้บริหารธนาคารของรัฐ บริษัททรัสต์ และกลุ่มบริษัทการเงินขนาดใหญ่ ไปสู่เจ้าหน้าที่กำกับดูแลและผู้กำหนดนโยบายที่รับผิดชอบการกำกับอุตสาหกรรมการเงินมากขึ้น

การสอบสวนฟางเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากการสอบสวน "โจว เหลียง" (Zhou Liang) อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งชาติ (NFRA) เมื่อเดือนมี.ค. ที่เพิ่งผ่านมา

ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน อี้ ฮุ่ยหมาน (Yi Huiman) อดีตประธาน CSRC ก็เพิ่งถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขณะที่ หวัง ฮุ่ยหมิน (Wang Huimin) อดีตหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบวินัยของ CSRC ถูกตั้งข้อหารับสินบน

นอกจากนี้ จีนยังได้จัดตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบและกำกับดูแลวินัยด้านการเงิน ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งในการเสริมสร้างอิทธิพลของประธานาธิบดีสีเหนือภาคการเงินของประเทศ

 

ที่มา: Bloomberg