วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

จีนลุยตลาด ‘ชิปหน่วยความจำ’ ดัน CXMT เข้าเทรดวันแรกพุ่ง 472%

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า CXMT Corp. ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของจีน เปิดการซื้อขายวันแรกในตลาดหุ้นเซี้ยงไฮ้วันนี้โดยราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น 472% ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศที่มีมูลค่าสูงที่สุดรายใหม่ ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่ออุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้ CXMT Corp. ชื่อเดิมว่า ChangXin Memory Technologies

สำหรับการเปิดตัวในวันแรก ราคาหุ้น CXMT เปิดตลาดที่ 49.50 หยวน พุ่งขึ้นจากราคาเสนอขาย (IPO) ที่ 8.66 หยวน และทะยานขึ้นไปสูงสุดถึง 535% ในระหว่างวัน ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงถึง 3.3 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 4.87 แสนล้านดอลลาร์

การระดมทุนครั้งนี้มีมูลค่ารวมสูงถึง 6.66 หมื่นล้านหยวน ถือเป็นหุ้น IPO ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นจีน เป็นรองเพียงการระดมทุนของ Agricultural Bank of China เมื่อปี 2010 เท่านั้น

จีนลุยตลาด ‘ชิปหน่วยความจำ’ ดัน CXMT เข้าเทรดวันแรกพุ่ง 472%

บทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก เผยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การเปิดตัวครั้งนี้ร้อนแรงเกินคาด มาจากบทบาทเชิงกลยุทธ์ของ CXMT ในฐานะผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเซิร์ฟเวอร์ AI

รัฐบาลปักกิ่งคาดหวังให้บริษัทเป็นหัวหอกสำคัญในการลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับศูนย์ข้อมูล AI

สาเหตุที่หุ้นปรับตัวสูงขึ้น

นักวิเคราะห์แหล่งข่าวบลูมเบิร์ก มองว่า CXMT ตั้งอยู่บนจุดตัดของสองกลุ่มการลงทุนที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน คือกระแส AI และนโยบายการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีของจีน

จีนลุยตลาด ‘ชิปหน่วยความจำ’ ดัน CXMT เข้าเทรดวันแรกพุ่ง 472%

อีกปัจจัยสำคัญคือความต้องการอย่างล้นหลามจากนักลงทุนรายย่อย โดยพบว่ามียอดจองซื้อเกินจำนวน (Oversubscribed) ถึง 212 เท่า มีคำสั่งซื้อรวมมูลค่าสูงถึง 7.07 ล้านล้านหยวน ซึ่งสูงกว่าสถิติโลกเดิมของ SpaceX ถึง 10 เท่า

นอกจากนี้ การตั้งราคา IPO ที่ 8.66 หยวน ยังถือว่าเป็นราคาที่มี "ส่วนลด" อย่างมาก โดยคิดเป็นเพียง 2.4 เท่าของมูลค่าทางบัญชี (P/B ratio) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่งระดับโลกอย่าง SK Hynix และ Micron ถึง 56% และต่ำกว่าบริษัทชิปในจีนอย่าง SMIC ถึง 77% ทำให้กลายเป็นโอกาสที่นักลงทุนมองว่าคุ้มค่ากับการลงทุน

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ CXMT ไม่เพียงแต่สร้างสถิติใหม่ แต่ยังช่วยสร้างโมเมนตัมให้กับบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นๆ ของจีน เช่น YMTC และ Kunlunxin ของ Baidu ที่เตรียมจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในลำดับถัดไป

ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกต่างเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าหุ้น CXMT อาจได้รับเลือกให้เข้าสู่ระบบ Stock Connect ภายในช่วงปลายเดือนส.ค. นี้ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าถึงหุ้นตัวนี้ได้มากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ ระบบ Stock Connect คือระบบที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถเข้าถึงและลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีน (Onshore) ได้ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญเนื่องจากโดยปกติแล้วนักลงทุนต่างชาติอาจไม่สามารถเข้าถึงหรือซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ได้ในทันทีที่หุ้นนั้นเริ่มจดทะเบียน

ความกังวลของตลาด

แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้น แต่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า นักลงทุนยังมีความกังวลเรื่อง "จุดสูงสุดของตลาด" เนื่องจากประวัติศาสตร์การลงทุนในจีนที่มักเกิดปรากฏการณ์ "คำสาป IPO" หรือ China's IPO Curse ซึ่งระบุว่าการเข้าจดทะเบียนของบริษัทขนาดใหญ่ระดับ Mega Listing มักจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายของวงจรขาขึ้นและมักตามมาด้วยการเทขายหุ้นอย่างหนักในตลาด

การที่ CXMT ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมชิปเข้าระดมทุนมหาศาลท่ามกลางกระแสความตื่นตัวในเรื่องเอไอทำให้เกิดความระแวงว่านี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI ได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เริ่มมีความผันผวนมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเปิดตัวครั้งนี้

จีนลุยตลาด ‘ชิปหน่วยความจำ’ ดัน CXMT เข้าเทรดวันแรกพุ่ง 472%

นอกจากนี้ สภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความคาดหวังต่อเอไอ ได้ผลักดันให้บริษัทในซัพพลายเชนหลายแห่งที่เข้าจดทะเบียนในช่วงปีที่ผ่านมามีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในวันแรก ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องการประเมินมูลค่าที่อาจเกินจริง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนยังคงมีมุมมองเชิงบวกโดยแย้งว่า CXMT แตกต่างจากบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ ในอดีต เนื่องจากบริษัทยังไม่ถึงขีดจำกัดทั้งในด้านเทคโนโลยีและส่วนแบ่งการตลาด ทำให้ยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมาก แต่ถึงอย่างนั้น ขนาดของการระดมทุนที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์จีนย่อมทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังต่อความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นหากกระแสการลงทุนในกลุ่มเอไอเริ่มมีการปรับฐาน

อ้างอิง: Bloomberg