ราคาน้ำมันพุ่ง 4% หลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐระบุ อิหร่านไม่จริงจังกับการเจรจา และความขัดแย้งเรื่องช่องแคบฮอร์มุซยังไร้ทางออก ขณะที่สหรัฐยังเดินหน้าโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกัน
ราคาน้ำมัน ปรับตัวขึ้นทันที 4% ในช่วงเย็นวันนี้ หลังมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย ในขณะที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกัน
เมื่อเวลาประมาณ 16.50 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวขึ้น 4.77% มาอยู่ที่ 88.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 4.83% มาอยู่ที่ 95.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 สัปดาห์ที่ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันพุธ รูบิโอกล่าวว่า สหรัฐยังคงยึดมั่นในการใช้แนวทางการทูต แต่กล่าวหาอิหร่านว่าละเมิดข้อตกลงระหว่างสองประเทศเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
"ปัญหาที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้คือ พวกเขาไม่ได้จริงจังกับการเจรจา" รูบิโอกล่าว "หากพวกเขาจริงจัง เราก็จริงจังเช่นกัน แต่หากพวกเขาไม่จริงจัง เราจะดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเรา รวมถึงผลประโยชน์ของพันธมิตรของเราด้วย"
ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ได้ออกปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกันเมื่อวันอังคาร โดยโจมตีศูนย์ปฏิบัติการทางทหาร ขีดความสามารถด้านปฏิบัติการทางทะเล โรงเก็บอากาศยาน คลังเก็บโดรน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทหารของอิหร่าน เพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มเติม
รูบิโอกล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นต่างในการเจรจา โดยกล่าวหาอิหร่านว่าพยายาม "เรียกร้องสิทธิ" ในการควบคุมช่องแคบดังกล่าว ซึ่งหากปล่อยให้เกิดขึ้นจะถือเป็น "บรรทัดฐานที่อันตรายอย่างยิ่ง" สำหรับประชาคมโลก
จิม รีด นักวิเคราะห์จากธนาคารดอยช์แบงก์ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อเช้าวันพุธว่า เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับอิหร่าน ตลาดจึงกลับมาให้น้ำหนักกับประเด็นเงินเฟ้อในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดเหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน ซึ่งจุดกระแสความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ (stagflation) ที่อาจขยายวงกว้าง
"และในเช้าวันนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นต่อจนทะลุ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่ายังไม่มีสัญญาณที่ราคาน้ำมันจะชะลอลง หลังสหรัฐยืนยันเมื่อคืนว่าได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกัน" นักวิเคราะห์ดอยช์แบงก์ระบุ
ขณะที่ราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนก็เพิ่มการคาดการณ์ว่า "ธนาคารกลางสหรัฐ" (Fed) จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเช่นกัน
รีดระบุว่า ณ ช่วงปิดตลาดวันอังคารที่ 21 ก.ค. ความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ค. (28-29 ก.ค.) กลับมาอยู่ที่ 26% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch พบว่าณ เช้าวันพุธนี้ ตลาดการเงินให้น้ำหนัก 24.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ค. นี้ และให้น้ำหนัก 69% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย.
ขณะที่นักวิเคราะห์ของ ING ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อเช้าวันพุธว่า ความเสี่ยงด้านอุปทานในตลาดพลังงานกำลังเพิ่มสูงขึ้น หลังจากความหวังที่จะเห็นการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มเลือนหายไป และปัญหาที่กระทบตลาดไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในในทะเลดำ โดยท่าเรือ CPC ของรัสเซียได้หยุดรับน้ำมันจากคาซัคสถานแล้ว หลังการขนถ่ายน้ำมันถูกระงับจากการถูกโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างต่อเนื่อง



