พันธบัตรของไทยทำผลงานชนะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาใน ‘เอเชีย’ พันธบัตรอายุ 10 ปี เนื้อหอม นักลงทุนไหลเข้า หลังส่วนต่างยีลด์สูงกว่าดอกเบี้ยนโยบาย
บลูมเบิร์กรายงานว่า “พันธบัตรรัฐบาลไทย” ทำผลงานได้ดีกว่าประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียในช่วงเดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่นับตั้งแต่สหรัฐและอิหร่านลงนามในข้อตกลงสันติภาพเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา
‘บอนด์ 10 ปี’ เนื้อหอม
บอนด์ยีลด์ หรือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลงไปแล้ว 0.20% ล่าสุดมาปิดที่ 2.01% ในวันอังคารที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ความต้องการซื้อพันธบัตรของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการจำหน่ายพันธบัตรอายุ 10 ปีครั้งล่าสุด ดึงดูดอัตราส่วนการเสนอซื้อต่อการจำหน่ายสูงที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี
ทั้งนี้ ตามผลสำรวจของบลูมเบิร์กจากนักเศรษฐศาสตร์มีการคาดการณ์ว่า อัตราผลตอบแทนหรือบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของไทย คาดว่าจะลดลงเฉลี่ย 0.25% ภายในกลางปีหน้า
เดสพอนด์ ฟู หัวหน้าฝ่ายบริหารการลงทุนของ Western Asset Management ในสิงคโปร์ กล่าวว่ายังมีมุมมองเชิงบวกต่อพันธบัตรรัฐบาลไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อถูกควบคุมไว้ได้ แม้การเติบโตของเศรษฐกิจยังคงซบเซา ซึ่งช่วยให้แบงก์ชาติสามารถคงจุดยืนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายไว้ได้เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
หนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนที่ทำให้อัตราผลตอบแทนลดลง คือการลดปริมาณการออกขายตราสารหนี้ที่คาดไว้ในปีงบประมาณนี้ โดยยอดการออกบอนด์ทั้งหมดคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนก.ย. ซึ่งต่ำกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ 1.3 ล้านล้านบาท อยู่ราวๆ 3%
ความต้องการของนักลงทุนแข็งแกร่งอย่างมากในการประมูลครั้งล่าสุด การเสนอขายพันธบัตรอายุ 10 ปีเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ดึงดูดอัตราส่วนการเสนอซื้อต่อการจำหน่าย (bid-to-cover) สูงถึง 2.18 เท่า ตัวเลขนี้สูงที่สุดสำหรับพันธบัตรอายุนี้
ส่วนการขายตราสารหนี้อายุ 30 ปีเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ดึงดูดอัตราส่วนได้ถึง 3.43 เท่า ซึ่งมากที่สุดในรอบหนึ่งปี
‘เงินเฟ้อ’ ชะลอตัว คาดธปท. ‘คงดอกเบี้ย’
อัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวก โดยดัชนีราคาผู้บริโภครายปีลดลงเหลือ 2.42% ในเดือนมิ.ย.จาก 2.79% ในเดือนก่อนหน้า
อัตราเงินเฟ้อของไทยในปีนี้น่าจะต่ำกว่าที่ธนาคารกลางเคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.8% เนื่องจากแรงกดดันด้านราคาผ่อนคลายลง
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวในเดือนนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางที่ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายยังไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ภายใต้การควบคุม
เข่ง เซียง อึ้ง (Kheng Siang Ng) หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ State Street Investment Management ในสิงคโปร์ กล่าวว่า “พันธบัตรรัฐบาลไทยคาดว่าจะยังคงทรงตัวและแข็งแกร่งได้ดี จากการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าธปท.จะคงดอกเบี้ยไว้”
การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ ยิ่งทำให้พันธบัตรมีความน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของไทยในปัจจุบัน อยู่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. อยู่ราว 1.00% ซึ่งสูงกว่าค่าส่วนต่างเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี


