วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์ สั่งเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดา 50% อ้างแคนาดาเลือกปฏิบัติ

ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในคำสั่งลงโทษทางภาษี 50% ต่อสินค้าหลากหลายประเภทที่นำเข้าจากแคนาดา อ้างว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ "การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม" ต่อสินค้าสหรัฐ

บีบีซี/บลูมเบิร์ก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งลงโทษทางภาษี 50% ต่อสินค้าหลากหลายประเภทที่นำเข้าจากแคนาดา เพื่อเป็นการตอบโต้สิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น "การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม" ต่อรถยนต์ สินค้า นม-เนย และแอลกอฮอล์ของสหรัฐ

 

ภาษีใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนืออย่างรุนแรง

 

ทำเนียบขาวระบุว่า มาตรการภาษีนี้จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อปกป้องภาคธุรกิจของอเมริกา

 

สินค้าที่ตกเป็นเป้าหมายมีตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น ไวน์ และอุปกรณ์ฮอกกี้ ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรมอย่างปูนซีเมนต์เชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม สินค้าส่งออกสำคัญหลายรายการได้รับการยกเว้น เช่น พลังงาน โพแทช แร่ธาตุสำคัญ และสัตว์น้ำ/ปลา

 

  • อุปสรรคการค้าเพิ่มขึ้น

ภาษีใหม่นี้เป็นการเพิ่มจากอุปสรรคทางการค้าเดิมที่มีใช้อยู่แล้วระหว่างสองประเทศ โดยปัจจุบันสหรัฐ ยังคงจัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 15 ถึง 50 กับเหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดงจากแคนาดา นอกจากนี้ วอชิงตันยังเรียกเก็บภาษี 35% กับไม้เนื้ออ่อน และเก็บภาษี 25% กับชิ้นส่วนรถยนต์ที่ไม่ใช่ของสหรัฐ ด้านแคนาดาเองก็มีมาตรการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษี 25% กับการนำเข้าเหล็ก อะลูมิเนียม และยานยนต์จากอเมริกาเช่นกัน

 

มาตรการภาษีเมื่อวันจันทร์มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่ไว้ว่าจะตั้งกำแพงภาษีตอบโต้เรื่องควันไฟป่าจากแคนาดาที่พัดเข้ามายังเมืองต่างๆ ของสหรัฐ

 

อย่างไรก็ตาม คำสั่งฝ่ายบริหารที่ทรัมป์ลงนามเมื่อวันจันทร์ไม่ได้ระบุถึงเรื่องไฟป่าเลย แต่ประกาศทั้งสามฉบับกลับระบุถึงความขัดแย้งทางการค้าที่แคนาดารับทราบอยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ สินค้านม-เนย และแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ

  • ข้อกล่าวหาของทรัมป์ต่อแคนาดา

เรื่องรถยนต์: ทรัมป์กล่าวหาแคนาดาว่าเรียกเก็บภาษียานยนต์และชิ้นส่วนของสหรัฐ ที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีเดิม (USMCA) โดยเขาโต้แย้งว่าเป็นเรื่อง "ไม่สมเหตุสมผล" และแคนาดาเลือกปฏิบัติกับสหรัฐ โดยไม่เก็บภาษีแบบเดียวกันกับประเทศอื่น ทั้งนี้ การผลิตยานยนต์ในอเมริกาเหนือมีความเชื่อมโยงกันอย่างสูงระหว่างแคนาดา สหรัฐ และเม็กซิโก แต่นายฮาวเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของทรัมป์ เคยกล่าวไว้ในอดีตว่าเขาเชื่อว่าแคนาดาควรเป็น "อันดับสอง" รองจากสหรัฐ

เรื่องสินค้ากลุ่มนม-เนย: เป็นปัญหาเรื้อรังสำหรับสหรัฐ มายาวนาน โดยเฉพาะระบบบริหารจัดการอุปทานของแคนาดาที่จำกัดการนำเข้าจากต่างประเทศ สินค้าที่เกินโควตาจะถูกจัดเก็บภาษีสูงกว่า 300%

เรื่องแอลกอฮอล์: การแบน/บอยคอตต์สุราจากสหรัฐ โดยมณฑลส่วนใหญ่ของแคนาดาได้กลายมาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญ นับตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมุขมนตรีของมณฑลต่างๆ ในแคนาดาเคยกล่าวซ้ำๆ ว่า จะยกเลิกการบอยคอตต์ก็ต่อเมื่อสหรัฐ ยกเลิกภาษีในภาคส่วนสำคัญของแคนาดา เช่น โลหะและยานยนต์

 

คณะนักเจรจาการค้าของแคนาดาพยายามผลักดันข้อตกลงเพื่อลดภาษีของสหรัฐ ลงบางส่วน แต่ภาษีใหม่ที่ประกาศในวันจันทร์นี้เป็นสัญญาณว่าการพูดคุยกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ไม่เป็นผลดีต่อแคนาดา

 

  • ผลกระทบต่อแคนาดา

 

รายการสินค้าที่จะโดนภาษีใหม่ครอบคลุมถึง นมและครีม อุปกรณ์ฮอกกี้ และแอลกอฮอล์ แต่ไม่รวมถึงทรัพยากรนำเข้าหลักอย่าง พลังงาน โพแทช ปลา และแร่ธาตุสำคัญ สินค้าที่อยู่ภายใต้ภาษีแยกเฉพาะอุตสาหกรรมเดิม เช่น ยานยนต์และเหล็ก ก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐ

 

ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะไม่มีการยกเว้นให้แก่สินค้าภายใต้ข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือ (USMCA) ที่มีอยู่ระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก

 

ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาปรับตัวลดลงรับข่าว โดยซื้อขายอยู่ที่ 1.4083 ดอลลาร์แคนาดา ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนเวลา 18:00 น.เล็กน้อย ตามเวลาในนิวยอร์ก

 

หากทรัมป์ดำเนินการตามมาตรการเก็บภาษีนี้จริง ซึ่งจะมีผลในอีก 30 วัน จะถือเป็นหนึ่งในมาตรการทางการค้าที่รุนแรงที่สุดที่เขาเคยใช้กับพันธมิตรทางการค้าอันดับสองของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ทรัมป์เคยขู่ในลักษณะนี้มาก่อนแล้วยอมถอยหลังจากมีการเจรจาหรือเนื่องจากความกังวลในตลาด

 

"ผมจะไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ต่อเรื่องนี้" ทิม ฮอดจ์สัน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของแคนาดา กล่าวในการให้สัมภาษณ์ครู่หนึ่งหลังจากมีการประกาศข่าว "เราเคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนแล้ว"

  • ทรัมป์ใช้กฎหมายมาตรา 338

ภาษีดังกล่าวถูกนำมาใช้ภายใต้ มาตรา 338 ของพระราชบัญญัติภาษีศุลกากรปี 1930 (Tariff Act of 1930) ซึ่งมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีสามารถจัดเก็บภาษีได้สูงถึง 50% จากประเทศที่ถูกมองว่าเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐ โดยบทบัญญัตินี้ไม่เคยถูกนำมาใช้เก็บภาษีมาก่อนเลยตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่

 

การกระทำเมื่อวันจันทร์เสี่ยงที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดายิ่งตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งเขาเพิ่งร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศกับทรัมป์ที่นิวเจอร์ซีย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ได้ขู่จะเก็บภาษีสูงขึ้นเพื่อลงโทษแคนาดาเรื่องควันไฟป่าที่ปกคลุมเมืองต่างๆ ในสหรัฐ รวมถึงนิวยอร์กและวอชิงตัน

 

ความสัมพันธ์ทางการค้ายิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สหรัฐ ปฏิเสธที่จะขยายเวลาข้อตกลงการค้า USMCA กับแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งอาจนำไปสู่การเจรจาที่โต้แย้งกันยาวนานหลายปี และเมื่อเดือนมกราคม ทรัมป์เคยขู่จะเก็บภาษี 100% กับสินค้าและบริการของแคนาดา หากแคนาดาทำข้อตกลงการค้ากับจีน แต่การขู่นั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในภายหลัง