วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม 2569

Login
Login

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569

เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 สวนทางกับภาพรวมของตลาดหุ้นภูมิภาค

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

• เงินบาททยอยอ่อนค่า ทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่งท่ามกลางความตึงเครียดอีกระลอกในตะวันออกกลาง

เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นกลับมาแข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกท่ามกลางความเสี่ยงที่สงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ หลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา

เงินบาทยังคงอ่อนค่าลงจนถึงในช่วงปลายสัปดาห์ โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่ง ที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามการร่วงลงของราคาทองคำในตลาดโลกที่หลุดแนว 4,000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์

สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาค่อนข้างดี (อาทิ ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย) ซึ่งหนุนการคาดการณ์ของตลาดว่าแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดจะยังคงเป็นแบบคุมเข้มในระยะข้างหน้าเพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อ

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569

• ในวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.63 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.32 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 ก.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 13-17 ก.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยที่ 13,677 ล้านบาท และ 657 ล้านบาท ตามลำดับ

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 ก.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม ECB ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับภาคการผลิตและบริการในเดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน อัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของอังกฤษและญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูล PMI (เบื้องต้น) เดือนก.ค. ของญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซนด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

SET index ปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนหลัก ๆ จากหุ้นกลุ่มแบงก์ซึ่งมีแรงซื้อเข้ามาก่อนการประกาศผลประกอบการ ไตรมาส 2/2569 รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และปธน. สหรัฐฯ มีแนวคิดจะเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569

ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบในเวลาต่อมา แต่ขยับขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี 5 เดือนที่ระดับ 1,642.14 จุด ท่ามกลางแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ ตัวเลข CPI และ PPI เดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์สวนทางภาพรวมตลาดหุ้นภูมิภาค จากแรงซื้อหุ้นบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งจากคาดการณ์เรื่องแนวโน้มผลประกอบการ

• ในวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,639.04 จุด เพิ่มขึ้น 1.08% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 82,231.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.02% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.40% มาปิดที่ระดับ 229.34 จุด

• สัปดาห์ถัดไป (20-24 ก.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,600 และ 1,575 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,645 และ 1,670 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนมิ.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ค. (เบื้องต้น) ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนก.ค. ของจีน การประชุม ECB ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ