ธนาคารกลางเกาหลีใต้ขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 2.75% เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2566 นักวิเคราะห์คาดมีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก หลังเงินเฟ้อพุ่งสูงทั้งปี แต่เศรษฐกิจยังโตแกร่ง
วันนี้ (16 ก.ค.) ที่ประชุม ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.75% ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2566 หลังเงินเฟ้อของประเทศเริ่มเร่งตัวขึ้น
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามการคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อ จะยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง "ไปอีกระยะ" เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น จะใช้เวลาทยอยส่งผ่านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ของเกาหลีใต้ในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566
แบงก์ชาติเกาหลีใต้ ยังระบุถึงความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย ทั้งอัตราแลกเปลี่ยน ความเร็วของการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ และการปรับขึ้นค่าจ้าง พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 2.7% และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) จะ "สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เล็กน้อย" จากประมาณการเดิมที่ 2.4%
เมื่อเดือนที่แล้ว แบงก์ชาติเกาหลีใต้เคยระบุว่า "การจ่ายโบนัสมหาศาล" ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บางแห่ง อาจนำไปสู่การปรับขึ้นค่าจ้างในวงกว้าง ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่บริษัทเทคฯ รายใหญ่ในเกาหลีใต้นำโดย Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำระดับโลก ประกาศจ่ายโบนัสครั้งประวัติศาสตร์ในยุค AI เฟื่องฟู
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าต่อเนื่องของ "ค่าเงินวอน" โดยเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เงินวอนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี ที่ 1,561.5 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อต้นเดือนนี้ก็กลับมาใกล้ระดับดังกล่าวอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาแข็งค่าขึ้นในเดือนนี้ โดยล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ 1,484.86 วอนต่อดอลลาร์
ชิน ฮยอนซอง ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ เปิดเผยต่อรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เงินวอนยังมี "ช่องว่างอีกมากที่จะกลับมาแข็งค่าต่อ" พร้อมระบุว่าประเทศกำลังเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับที่สูงมาก
ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้ว การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมักช่วยหนุนค่าเงิน เนื่องจากดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศให้ไหลเข้ามาลงทุน
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเกาหลีใต้ ที่ขยายตัวแข็งแกร่งยังเปิดทางให้ธนาคารกลางสามารถดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสแรกขยายตัว 3.8% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564
อย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดการเงินเกาหลีใต้เผชิญความผันผวน หลังราคาหุ้นของ Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ แกว่งตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้ดัชนีคอมโพสิตตลาดหลักทรัพย์เกาหลีผันผวนขึ้น
ล่าสุด ดัชนี Kospi ร่วงลงมากกว่า 6% หลังหุ้นของซัมซุงและเอสเค ไฮนิกซ์ ดิ่งลงตามหุ้นกลุ่มชิปของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงเมื่อคืนก่อน
แกเร็ธ เลเธอร์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้านเอเชียของ Capital Economics ระบุในบทวิเคราะห์หลังการประกาศผลการประชุมว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ "มีแนวโน้มจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ" เนื่องจากคาดว่าเงินเฟ้อจะยังอยู่เหนือเป้าหมายตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ และเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะเติบโตได้ 4% ในปีนี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม
"ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจมีความพร้อมที่จะรับมือกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น" เลเธอร์กล่าวพร้อมชี้ว่า มูลค่าการส่งออกของเกาหลีใต้ในสกุลดอลลาร์เดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นการขยายตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2521
ที่มา: CNBC


