รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (16 ก.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับสูงขึ้น หลังยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ล่าสุด สหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยมุ่งเป้าไปยังระบบป้องกันชายฝั่ง คลังเก็บและฐานปล่อยขีปนาวุธของอิหร่าน เพื่อจำกัดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
โดยกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบริเวณพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซหลายสิบแห่ง รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน และปฏิบัติการดังกล่าวใช้เวลานานประมาณ 7 ชั่วโมง ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ตอบโต้กลับโดยโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในหลายประเทศของภูมิภาค ได้แก่ บาห์เรน คูเวต และจอร์แดน พร้อมทั้งขมขู่จะปิดเส้นทางการขนส่งอื่นๆ
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าอาจใช้กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรในเยเมน ทำการปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ทะเลแดง อาจนำไปสู่การเปิดแนวรบใหม่กับสหรัฐฯ และส่งผลให้เส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดสองแห่งของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนประเมินสถานการณ์การโจมตีระลอกใหม่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมองว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญในทันที
(+) Goldman Sachs ระบุว่า หลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากประเทศผู้ส่งออกในอ่าวเปอร์เซียฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับมากกว่าร้อยละ 80 ของช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณการส่งออกปรับลดลงสู่ระดับต่ำกว่าร้อยละ 50 ของระดับก่อนสงคราม หรือคิดเป็นปริมาณเพียง 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่นักวิเคราะห์จาก UBS ประเมินว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อเรือที่เข้าออกท่าเรือของอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านที่ปัจจุบันอยู่ในระดับประมาณ 1.5-2.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
(-) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผย ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 10 ก.ค. 69 ปรับลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 409.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงถึง 2.6 ล้านบาร์เรล


