ข่าวดีอินโดนีเซีย S&P คงอันดับเครดิตเกรดการลงทุน พร้อมแนวโน้ม Stable ช่วยหนุนความเชื่อมั่นรัฐบาล 'ปราโบโว'
บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ประกาศ คงอันดับเครดิตอินโดนีเซีย ที่ระดับ "BBB" ซึ่งเป็นเกรดการลงทุนที่สูงกว่าระดับเก็งกำไร (Junk) เพียง 2 ขั้นเท่านั้น พร้อมคงแนวโน้มอันดับเครดิตไว้ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable)
ก่อนหน้านี้ในปี 2026 ทั้ง Moody's Ratings และ Fitch Ratings ต่างปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของอินโดนีเซียเป็น "เชิงลบ" (Negative) กันไปแล้ว จากความกังวลเกี่ยวกับธรรมาภิบาลภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีซูเบียนโต ปราโบโว แต่ยังคงอันดับเครดิตไว้เช่นเดิม
S&P ระบุในแถลงการณ์วันจันทร์นี้ว่า ประวัติการรักษาวินัยทางการคลังอย่างต่อเนื่องของอินโดนีเซียตลอดหลายรัฐบาล เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ พร้อมคาดว่ารัฐบาลจะยังคงรักษาเพดานการขาดดุลงบประมาณไว้ไม่เกิน 3% ของจีดีพี ซึ่งถือเป็นหลักยึดสำคัญของนโยบายการคลัง
S&P คาดว่ารัฐบาลจะควบคุมการขาดดุลงบประมาณได้ โดยการลดงบประมาณโครงการอาหารฟรีลงประมาณหนึ่งในสามจากวงเงินตั้งต้น 16,600 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ความพยายามรวมศูนย์การกำกับดูแลภาคทรัพยากรธรรมชาติจะช่วยเพิ่มรายได้ของรัฐบาลด้วย
"ในที่สุดก็มีข่าวดี" แฮนดี ยูนิอันโต หัวหน้าฝ่ายวิจัยตราสารหนี้ของบริษัท PT Mandiri Sekuritas ในกรุงจาการ์ตา กล่าว "หลายคนต่างคาดว่าอินโดนีเซียจะถูกปรับลดอันดับเครดิต หรืออย่างน้อยก็ถูกลดแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นเชิงลบ ดังนั้นการตัดสินใจครั้งนี้น่าจะส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุน"
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้จากค่าย S&P นับเป็นแรงหนุนสำคัญต่อประธานาธิบดีปราโบโว และความน่าเชื่อถือด้านนโยบายการคลัง หลังตลาดพันธบัตรอินโดนีเซียเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในเดือนมิ.ย. จนมีผลตอบแทนติดลบถึง 10% ซึ่งแย่ที่สุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่รองจากเกาหลีใต้
ขณะที่ดัชนีหุ้นหลักของอินโดนีเซียร่วงลง 30% และนับเป็นผลงานที่แย่ที่สุดในโลกปีนี้ หลัง MSCI Inc. เตือนว่าอาจปรับลดสถานะการจัดประเภทตลาดหุ้นของอินโดนีเซียลงสู่ตลาดหุ้นชายขอบ (Frontier Market) ส่วนค่าเงินรูเปียห์ก็อ่อนค่าลงเกือบ 8% มากที่สุดในเอเชียเช่นกัน
เมื่อเดือนที่แล้ว MSCI เลื่อนการทบทวนสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียออกไปเป็นเดือนพฤศจิกายน โดยระบุว่าต้องการเวลาเพิ่มเติมในการประเมินว่ามาตรการปฏิรูปด้านความโปร่งใสของตลาดที่เพิ่งประกาศใช้จะได้ผลจริงหรือไม่ ขณะที่ S&P Dow Jones Indices ส่งสัญญาณเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อินโดนีเซียอาจสูญเสียสถานะตลาดเกิดใหม่ในอนาคต หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาความกังวลเกี่ยวกับตลาดหุ้นได้
ที่มา: Bloomberg


