สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ (10 ก.ค.) ที่ผ่านมา Apple (แอปเปิล) ได้ยื่นฟ้องร้อง OpenAI (โอเพ่นเอไอ) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำ และผู้บริหารระดับสูงฝ่ายฮาร์ดแวร์ของบริษัท ในข้อหาร่วมกันขโมยความลับทางการค้า โดยกล่าวหาว่า OpenAI มีพฤติกรรมยุยงให้พนักงานของ Apple นำข้อมูล ชิ้นส่วน แบบร่าง และเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเปิดตัวไปเปิดเผย เพื่อปูทางนำไปใช้พัฒนาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ AI ของตนเอง
ในคำฟ้องต่อศาลแขวงทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย Apple ได้ระบุชื่อ ทัง ตัน (Tang Tan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ OpenAI เป็นหนึ่งในจำเลย โดยก่อนหน้านี้เขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการพัฒนา iPhone, สมาร์ทวอทช์, AirPods และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในแผนกวิศวกรรมฮาร์ดแวร์
ในคำฟ้องต่อศาลแขวงทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย Apple ได้ระบุชื่อ ทัง ตัน (Tang Tan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ OpenAI เป็นหนึ่งในจำเลย โดยก่อนหน้านี้เขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการพัฒนา iPhone, สมาร์ทวอทช์, AirPods และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในแผนกวิศวกรรมฮาร์ดแวร์
คำฟ้องระบุว่า "ในทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานสายเทคนิคไปจนถึงประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายฮาร์ดแวร์ และการประสานงานกับพันธมิตรทางธุรกิจ OpenAI ได้ลักลอบขโมยความลับทางการค้าและข้อมูลลับของ Apple มาโดยตลอด ทำให้ธุรกิจฮาร์ดแวร์เกิดใหม่ของ OpenAI ตอนนี้ตั้งอยู่บนรากฐานที่เปราะบางและไม่มีคุณภาพ จากการพึ่งพาข้อมูลที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย”
นอกจากนี้ ยังมีการระบุชื่อ ฉาง หลิว (Chang Liu) อดีตวิศวกรฮาร์ดแวร์ iPhone ที่ย้ายไปร่วมงานกับ OpenAI เมื่อเดือนมกราคม โดย Apple ระบุว่าในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ขณะที่เขากำลังพัฒนาฮาร์ดแวร์ให้ OpenAI หลิวได้ลอบเข้าถึงและดาวน์โหลดไฟล์ความลับด้านฮาร์ดแวร์ของ Apple หลายสิบไฟล์ ทั้งข้อมูลสเปกเชิงลึก ข้อมูลโครงการ และพรีเซนเทชันของผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เปิดตัว
Apple ยังเปิดเผยด้วยว่า OpenAI ได้ให้คำปรึกษาแก่พนักงานที่กำลังจะลาออกจาก Apple อย่างเป็นระบบ โดยแนะให้ปกปิดชื่อนายจ้างใหม่และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้ถูกเชิญออกจากบริษัททันที เพื่อใช้ช่วงเวลา 2 สัปดาห์สุดท้ายในการดึงข้อมูลความลับทางการค้าให้ได้มากที่สุด โดยปัจจุบันมีอดีตพนักงาน Apple กว่า 400 คนปฏิบัติงานอยู่ที่ OpenAI ซึ่งเตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO) ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
จากพฤติการณ์ดังกล่าว Apple เรียกร้องให้ศาลตั้งคณะลูกขุนพิจารณาคดี พร้อมกดดันให้ OpenAI ยุติพฤติกรรมทั้งหมด ทำลายเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ขโมยไป และต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่กำลังจะเปิดตัวใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเทคโนโลยีของ Apple เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้ Apple พยายามขอไกล่เกลี่ยนอกศาลแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง
ด้าน OpenAI ได้ออกมาตอบโต้ผ่านแถลงการณ์ว่า บริษัท "ไม่มีความสนใจในความลับทางการค้าของบริษัทอื่น" โดยบริษัทมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เสริมศักยภาพให้กับผู้คนทั่วโลกเท่านั้น
ข้อพิพาททางกฎหมายครั้งนี้ถือเป็นจุดแตกหักสำคัญของสองบริษัทที่เคยร่วมงานกันอย่างใกล้ชิด ก่อนหน้านี้ในงาน Worldwide Developers Conference 2024 ทั้งสองได้ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ โดยเปิดทางให้ผู้ใช้ Apple สามารถเข้าถึงผลลัพธ์ของ ChatGPT ได้ผ่านผู้ช่วยคำสั่งเสียง Siri รวมทั้งระบบวิเคราะห์ภาพหน้าจอและสร้างรูปภาพ
แต่รอยร้าวเริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา และทวีความรุนแรงเมื่อ OpenAI ดึงตัว โจนี ไอฟ์ (Jony Ive) อดีตผู้บริหารระดับตำนานฝ่ายออกแบบของ Apple มาร่วมพัฒนาอุปกรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทัง ตัน ได้ลาออกจาก Apple ในปี 2024 เพื่อไปร่วมก่อตั้งสตาร์ตอัปฮาร์ดแวร์ AI ชื่อ 'io Products' กับไอฟ์และ อีวานส์ แฮงกีย์ (Evans Hankey) ก่อนที่ OpenAI จะทุ่มเงิน 6.5 พันล้านดอลลาร์ ซื้อกิจการสตาร์ตอัปดังกล่าวเมื่อปี 2025
ยิ่งไปกว่านั้น สำนักข่าวหลายแห่งเคยรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า OpenAI เองก็กำลังพิจารณาใช้ช่องทางกฎหมายฟ้องร้อง Apple ในข้อหาละเมิดสัญญาเช่นกัน เนื่องจากมองว่าตนไม่ได้รับผลประโยชน์จากความร่วมมือตามที่คาดหวังไว้
คดีความระดับนี้สะท้อนความสำคัญของสงครามฮาร์ดแวร์ AI ยุคใหม่ในซิลิคอนแวลลีย์ ซึ่งบรรดายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Apple, OpenAI, Meta Platforms และอื่น ๆ กำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่ที่มี AI เป็นศูนย์กลาง เช่น แว่นตาอัจฉริยะ (Smart glasses) และหูฟังติดกล้อง เพื่อชิงความได้เปรียบและเตรียมความพร้อมสำหรับโลกอนาคตในยุคหลังสมาร์ทโฟน


