วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2569

Login
Login

จีน ‘เมิน’ น้ำมันอิหร่าน หันซื้ออิรัก-ยูเออี-กาตาร์แทน

แม้อิหร่านเร่งส่งออกน้ำมัน หวั่นสหรัฐเตรียมจะปิดล้อม แต่กลับต้องเผชิญแรงกดดันใหม่ เมื่อโรงกลั่นจีนหันไปซื้อน้ำมันจากคู่แข่งอย่างอิรัก ยูเออี และกาตาร์ที่ราคา ‘ถูกกว่า’ แทน ส่งผลให้น้ำมันอิหร่านจำนวนมากยังลอยลำรอผู้ซื้อ ท่ามกลางศึกตัดราคาที่รุนแรงขึ้นในตลาดตะวันออกกลาง

อิหร่าน เผชิญความท้าทายครั้งใหม่ในการระบายน้ำมันออกสู่ตลาดโลก หลัง “การกลับมาของมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ” ทำให้มีน้ำมันจำนวนมากลอยลำอยู่กลางทะเล ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดอย่าง “โรงกลั่นของจีน” กลับหันไปซื้อน้ำมันดิบจากอิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์แทน ซึ่งเสนอราคาถูกกว่า ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันอิหร่านชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

แหล่งข่าวในแวดวงการค้าระบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นน้ำมันอิสระในมณฑลซานตงของจีน ได้ซื้อน้ำมันดิบจากกาตาร์ อิรัก และ UAE รวมกันประมาณ 16-20.5 ล้านบาร์เรล นับเป็นการซื้อน้ำมันตะวันออกกลางที่ไม่ได้ถูกคว่ำบาตรในปริมาณสูงที่สุด นับตั้งแต่ความขัดแย้งในภูมิภาคเริ่มต้นขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทเอกชน Shenghong Petrochemical ยังเข้าซื้อน้ำมันดิบจากอิรัก อาบูดาบี และซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติมอีกประมาณ 12 ล้านบาร์เรล สะท้อนว่าผู้ซื้อในจีนกำลังหันไปหาซัพพลายเออร์รายอื่นแทนอิหร่าน

หลังช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางต่างเร่งส่งออกน้ำมันเข้าสู่ตลาด ทำให้การแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้น

น้ำมันจากอิรัก UAE และประเทศอ่าวอาหรับหลายแห่ง ซึ่งจำหน่ายผ่านผู้ค้ารายใหญ่ เช่น Mercuria, Vitol, PetroChina International, Zhenhua Oil และ Abu Dhabi National Oil Co ถูกเสนอขายในราคาต่ำกว่าน้ำมันดิบ อ้างอิง ICE Brent ถึง 5-8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับการส่งมอบในเดือนสิงหาคม-กันยายน

ในทางกลับกัน น้ำมันอิหร่าน Light ยังคงให้ส่วนลดเพียง 2-3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากราคา Brent แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม ส่งผลให้ผู้ค้าหลายรายมองว่าผู้ขายอิหร่าน “ปรับตัวช้า” และ “ไม่ยอมลดราคา”

ผู้ค้ารายหนึ่งกล่าวว่า “กลายเป็นว่าน้ำมันอิหร่านกลับแพงที่สุด ทั้งที่เคยเป็นตัวเลือกที่ถูกกว่า”

อีกปัจจัยที่ทำให้ยอดขายชะลอตัว คือ ช่วงพิธีไว้อาลัยและงานศพของผู้นำสูงสุดอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งทำให้หน่วยงานและบริษัทหลายแห่งในอิหร่านปิดทำการ ส่งผลให้การซื้อขายน้ำมันดำเนินไปอย่างล่าช้า

ทั้งนี้ เว็บไซต์ TankerTrackers ระบุว่า อิหร่านเร่งส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาร์เรล ภายในคืนเดียว เพื่อเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่กองทัพเรือสหรัฐ จะกลับมาปิดล้อมทางทะเลอีกครั้ง

แม้อิหร่านจะเร่งระบายน้ำมันออกจากประเทศ แต่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า ความต้องการซื้อจากจีนยังอ่อนแรง

ข้อมูลของ Kpler ระบุว่า การนำเข้าน้ำมันอิหร่านของจีน ในเดือนนี้อยู่ที่เพียงประมาณ 556,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566

อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าหลายรายคาดว่า การซื้อขายอาจกลับมาคึกคักอีกครั้งในสัปดาห์หน้า หากผู้ส่งออกอิหร่านยอมเพิ่มส่วนลดเป็น 4-5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับน้ำมันที่จะส่งมอบในเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งจะช่วยให้สามารถแข่งขันกับซัพพลายจากประเทศผู้ผลิตรายอื่นในตะวันออกกลางได้มากขึ้น

อ้างอิง: reuters