วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘จีน’ สั่งระงับส่งออก ‘ฮีเลียม’ ชั่วคราว หวั่นความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบอุตฯ ชิป

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลจีน ประกาศใช้มาตรการระงับการส่งออกก๊าซ ‘ฮีเลียม’ (Helium) ชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนก๊าซสำคัญที่เป็นหัวใจหลักในอุตสาหกรรมการผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ได้ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนก๊าซฮีเลียมจนสร้างความปั่นป่วนให้กับภาคธุรกิจทั่วโลก รวมถึงในประเทศจีนเองด้วย วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน ซึ่งกำลังพึ่งพาชิปที่ผลิตในประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการฝึกฝนและประมวลผลโมเดล AI ทั้งนี้ ก๊าซฮีเลียมถือเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับการจัดการความร้อน (Heat management) ในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

แม้ทางการจีนจะพยายามขยายกำลังการผลิตภายในประเทศ แต่ปัจจุบันจีนยังคงต้องพึ่งพาฮีเลียมจากต่างชาติอย่างมาก นักวิเคราะห์ประเมินว่า จีนต้องนำเข้าฮีเลียมสูงถึง 85% หรือมากกว่านั้นของปริมาณความต้องการใช้ทั้งหมดในประเทศ โดยมีกาตาร์ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักของโลก เป็นแหล่งป้อนอุปทานรายใหญ่ที่ครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการนำเข้าฮีเลียมของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การสั่งระงับส่งออกฮีเลียมในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของรัฐบาลปักกิ่งที่พยายามป้องกันภาวะขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญในประเทศผ่านการจำกัดการส่งออก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางการจีนเคยบังคับใช้มาตรการในลักษณะเดียวกันนี้กับสินค้ายุทธศาสตร์อื่นๆ มาแล้ว เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ย และกรดซัลฟิวริก

นอกจากเป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพของอุปทานในประเทศแล้ว ความเคลื่อนไหวนี้ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจีนที่มุ่งเป้าเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตชิปภายในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาชิปประมวลผลขั้นสูงจากค่าย Nvidia ซึ่งปัจจุบันตกอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐอย่างเข้มงวด

มาตรการระงับการส่งออกของจีนในครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างแรงกดดันและบีบคั้นห่วงโซ่อุปทานโลกให้ตึงตัวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทจีนได้เข้ามามีบทบาทในฐานะคนกลางมากขึ้น โดยทำการนำเข้าฮีเลียมจากรัสเซีย ก่อนจะส่งออกบางส่วนต่อไปยังตลาดต่างประเทศ รวมถึงทวีปยุโรป

ผลกระทบดังกล่าวจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากฮีเลียมเป็นทรัพยากรที่ต้องสกัดจากแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีความเข้มข้นของฮีเลียมสูงเป็นพิเศษเท่านั้น และไม่สามารถผลิตขึ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยกระบวนการทางอุตสาหกรรมอื่น ภาวะอุปทานตึงตัวนี้จึงจะกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมการผลิตชิปทั่วโลก