ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น ขณะที่ดัชนีหุ้นฟิวเจอร์สของสหรัฐขยับลดลง หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่า กำลังดำเนินการโจมตีอิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สอง ตลาดวิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ย
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีหุ้นฟิวเจอร์ของสหรัฐขยับลดลง หลังจากสหรัฐ เปิดเผยว่ากำลังดำเนินการโจมตีอิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สอง ซึ่งเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ขู่ว่าจะขัดขวางการขนส่งสินค้าทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (ราคาWTI) พุ่งขึ้น 2.2% ทะลุ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเปิดตลาดช่วงเช้าของเอเชียในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.69) หลังจากที่ทำสถิติเพิ่มขึ้นรายวันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์เมื่อเซสชันก่อนหน้า ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ Brent พุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปชั่วขณะ
ส่วนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ขยับลดลง 0.1% หลังจากดัชนีอ้างอิงของสหรัฐปิดตลาดลดลง 0.3% ในวันพุธ สำหรับตลาดหุ้นฟิวเจอร์สในเอเชียส่งสัญญาณปรับตัวขึ้นในญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ปรับตัวลดลงในฮ่องกง และออสเตรเลีย
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า การโจมตีเพิ่มเติมดังกล่าวเริ่มต้นขึ้น "เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ" การโจมตีนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่ประเทศตุรกีว่า สหรัฐมีแนวโน้มที่จะตั้งเป้าโจมตีอิหร่านอีกครั้ง และอาจกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดต่อการเจรจาเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงในวงกว้างที่จะยุติสงครามซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดโลก โดยสหรัฐได้กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือหลายลำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลเตหะรานได้ย้ำหลายครั้งว่าจะไม่อนุญาตให้เรือต่างๆ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญหากไม่ได้รับอนุญาต
"ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ในตอนแรกตลาดไม่ได้ใส่ใจกับความตึงเครียดที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐ และอิหร่านมากนัก" ฟาวาด ราซัคซาดา จาก Forex.com กล่าว "แต่ในวันนี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปแล้ว"
หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ
ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้น และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้จุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดการเงินเมื่อวันพุธเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนตุลาคม นี้ จากเดิมที่เคยคาดไว้ในเดือนธันวาคม
ในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งเคลื่อนไหวตามการคาดการณ์นโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด ปรับตัวสูงขึ้นถึง 5 จุด (Basis Point) ไปอยู่ที่ 4.23% ซึ่งห่างจากระดับสูงสุดในเดือนที่แล้วไม่ถึง 1 จุด ท่ามกลางการเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นถึง 4 จุด ไปอยู่ที่ 4.59% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม
เอ็ด ยาร์เดนี นักกลยุทธ์รุ่นใหญ่ กล่าวว่า การพังทลายของ ข้อตกลงหยุดยิง ระหว่าง สหรัฐ-อิหร่าน เสี่ยงที่จะกระตุ้นให้ราคาต่างๆ เร่งตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจบีบให้เฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เจ้าหน้าที่เฟดจำนวนหนึ่งระบุในการประชุมนโยบายครั้งล่าสุดว่า มีเหตุผลสมควรที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะสนับสนุนการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว รายงานการประชุมประจำเดือนมิถุนายน สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ในขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานลดลงเล็กน้อย
"สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ นโยบายในอนาคตขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองในตะวันออกกลางอย่างมาก" เจฟฟรีย์ โรช จาก LPL Financial กล่าว "หากเราจะแกะรอยสัญญาณชี้นำล่วงหน้าจากรายงานการประชุม มันคือ การที่คณะกรรมการกำลังพิจารณาสถานการณ์ในวงกว้าง และจะไม่ผูกมัดกับสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ จนกว่าข้อมูลที่เข้ามาจะให้ความชัดเจนที่จำเป็น"
ข่าวสำคัญที่ต้องติดตาม
จีนมีแผน ที่จะอนุญาตให้บริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำสามารถซื้อชิป H200 จากบริษัท Nvidia Corp ได้ในจำนวนจำกัด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าจีนกำลังผ่อนปรนข้อจำกัดเกี่ยวกับเทคโนโลยีของสหรัฐที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก ตามรายงานของ The Information
SpaceXAI ได้เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ใหม่ที่สร้างขึ้นร่วมกับ Cursor สตาร์ตอัปด้านการเขียนโคดด้วย AI โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในงานด้านการเงิน กฎหมาย และการเขียนโคด ซึ่งเป็นความพยายามของบริษัทของอีลอน มัสก์ ในการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งอย่าง Anthropic PBC และ OpenAI
Apple Inc เดินหน้าทำตามสัญญาที่จะเพิ่มการใช้จ่ายสำหรับส่วนประกอบที่ผลิตในสหรัฐ โดยระบุว่าข้อตกลงที่ขยายความร่วมมือกับ Broadcom Inc คาดว่าจะมีมูลค่าทะลุ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Meta Platforms Inc จะลงทุนราว 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งแรกในแคนาดา ในขณะที่บริษัทขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความทะเยอทะยานด้าน AI
Blue Origin LLC ของเจฟฟ์ เบซอส กำลังเริ่มระดมทุนจากภายนอกเป็นครั้งแรก ตามรายงานจากแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ โดยอาศัยกระแสความตื่นตัวที่เกิดขึ้นจากการเสนอขายหุ้น IPO ประวัติศาสตร์ของคู่แข่งสำคัญอย่าง SpaceX
มุมมองจากนักกลยุทธ์ของ Bloomberg
"ความผันผวนที่เพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน จะเป็นอุปสรรคต่อบรรยากาศการลงทุน (Risk Sentiment) มากกว่าตัวระดับราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วง 70 ดอลลาร์"
ไมเคิล บอล นักกลยุทธ์มหภาค จาก Markets Live กล่าว
สรุปความเคลื่อนไหวหลักในตลาด
หุ้น (Stocks)
สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี Hang Seng ลดลง 0.2% ณ เวลา 07:01 น. ตามเวลาโตเกียว
สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี S&P/ASX 200 ลดลง 0.6%
สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 1.3%
สกุลเงิน (Currencies)
ดัชนี Bloomberg Dollar Spot เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
เงินยูโรทรงตัวที่ 1.1417 ดอลลาร์
เงินเยนทรงตัวที่ 162.59 เยนต่อดอลลาร์
เงินหยวนนอกประเทศ (Offshore Yuan) เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ 6.8064 หยวนต่อดอลลาร์
คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies)
บิตคอยน์ (Bitcoin) เพิ่มขึ้น 0.2% อยู่ที่ 62,203.9 ดอลลาร์
อีเธอร์ (Ether) เพิ่มขึ้น 0.2% อยู่ที่ 1,738.33 ดอลลาร์
สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)
น้ำมันดิบ West Texas Intermediate เพิ่มขึ้น 1.6% อยู่ที่ 74.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทองคำสปอต (Spot Gold) เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


