แม้ถูกสหรัฐคว่ำบาตร แต่ผู้ผลิตปิโตรเคมีรายใหญ่ของจีนกลับทำกำไรพุ่งในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ หลังสงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันและปิโตรเคมีทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น หนุนผลประกอบการเติบโตอย่างโดดเด่น
แม้ “โรงกลั่นน้ำมันจีน” เผชิญการคว่ำบาตรจากสหรัฐ แต่กลับทำผลงาน “แข็งแกร่งเกินคาด” ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางดันราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรของหลายบริษัท “เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด”
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า หนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นคือ “Hengli Petrochemical” ผู้ผลิตปิโตรเคมีรายใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของโรงกลั่นน้ำมันในเมืองต้าเหลียนที่ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐคว่ำบาตรเมื่อเดือนเมษายน จากข้อกล่าวหาว่า เป็นหนึ่งในผู้ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านรายใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม บริษัทเปิดเผยว่า กำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปีคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 7,200 ล้านหยวน (ราว 1.06 พันล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้นประมาณ 2.4 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
Hengli ระบุว่า ผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งมาจากภาวะอุปสงค์และอุปทานของอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น โดยส่วนต่างระหว่างต้นทุนวัตถุดิบกับราคาขายผลิตภัณฑ์ขยายตัวมากขึ้น
ปัจจัยสำคัญมาจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผลกำไรของผู้ผลิตปิโตรเคมี
Hengli เป็นผู้ประกอบการปิโตรเคมีแบบครบวงจร มีกำลังการกลั่นน้ำมัน 20 ล้านตันต่อปี ผลิตเอทิลีน 1.5 ล้านตันต่อปี และผลิตกรดเทเรฟทาลิกบริสุทธิ์ (PTA) 16.6 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ขวดพลาสติก และวัสดุบรรจุภัณฑ์
แม้จะถูกคว่ำบาตร แต่บริษัทระบุว่ามีแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลาย ไม่ได้พึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียว โดยยังมีกำลังการผลิตสารเคมีจากถ่านหินสูงถึง 6 ล้านตันต่อปี ช่วยลดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ
อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป บริษัทอาจเผชิญ “ความท้าทายใหม่” หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านชั่วคราวระหว่างการเจรจาข้อตกลง ซึ่งอาจทำให้โรงกลั่นอิสระของจีน “สูญเสียข้อได้เปรียบ” จากการซื้อน้ำมันอิหร่านในราคาส่วนลดที่เคยได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับกำไรที่พุ่งแรงนี้ ไม่ใช่เพียง Hengli เท่านั้นที่ได้รับอานิสงส์จากราคาปิโตรเคมีที่พุ่งสูง Befar Group คาดว่ากำไรสุทธิครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า แตะประมาณ 343.5 ล้านหยวน โดยบริษัทระบุว่า แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างความผันผวนให้ตลาด แต่ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวขึ้น กลับส่งผลดีต่อธุรกิจโดยตรง
บริษัทผลิตสารเคมีขั้นกลางหลายชนิด เช่น โพรพิลีนออกไซด์ อัลลิลคลอไรด์ และโพรพิลีน ซึ่งถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก สีเคลือบ และเครื่องสำอาง
ด้าน Wanhua Chemical Group ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของจีน คาดว่ากำไรสุทธิครึ่งปีแรกจะอยู่ระหว่าง 9,800-10,400 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 60-70% จากปีก่อน
นอกจากจะได้รับประโยชน์จากราคาปิโตรเคมีที่สูงขึ้นแล้ว บริษัทยังลดต้นทุนการผลิตได้สำเร็จ หลังปรับระบบวัตถุดิบของโรงงานเอทิลีนจากก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มาใช้ก๊าซอีเทนตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้ลดการพึ่งพาการนำเข้า LPG จากตะวันออกกลางได้อย่างมีนัยสำคัญ
อีกบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์โลกคือ Guangzhou Guanggang Gases & Energy ผู้ผลิตก๊าซอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก “ภาวะขาดแคลนก๊าซฮีเลียม” สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างชิป
บริษัทคาดว่ารายได้ครึ่งปีแรกจะอยู่ระหว่าง 1.25-1.45 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12-30% ขณะที่กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 87-138% แตะระดับ 220-280 ล้านหยวน
อ้างอิง: nikkei


