ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศขยายมาตรการเชื่อมโยงตลาดการเงินฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมเพิ่มสภาพคล่องเงินหยวนและขยายโควตาการลงทุน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ฮ่องกงในฐานะประตูหลักสู่การใช้เงินหยวนในระดับสากล
นายพาน กงเซิ่ง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน 'แบงก์ชาติจีน' เปิดเผยในงานประชุม Hong Kong FIC & Bond Connect Summit ว่า ทางการจีนเตรียมยกระดับบทบาทของฮ่องกงในการส่งเสริมการใช้เงินหยวนนอกประเทศผ่านชุดมาตรการใหม่หลายด้าน
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การขยายวงเงิน RMB Business Facility ซึ่งคือเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ในฮ่องกงสามารถเข้าถึงเงินหยวนได้ง่ายและมากขึ้น เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 500,000 ล้านหยวน (ประมาณ 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์) เพื่อช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ในฮ่องกงสามารถเข้าถึงสภาพคล่องเงินหยวนในรูปแบบเงินกู้จากธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ได้สะดวกและมีปริมาณที่มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ทางการได้ขยายโควตาในโครงการ Southbound Bond Connect ซึ่งเป็นช่องทางที่ช่วยให้นักลงทุนสถาบันจากจีนแผ่นดินใหญ่สามารถเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้นอกประเทศผ่านตลาดฮ่องกง โดยมีการปรับเพิ่มวงเงินรายปีจาก 500,000 ล้านหยวน ขึ้นไปอยู่ที่ 800,000 ล้านหยวน
นายพาน ระบุว่า นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสถานะของฮ่องกงในฐานะ "ประตู" สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้าสู่ตลาดจีนเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลปักกิ่งในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินข้ามพรมแดนที่ครอบคลุม เพื่อเพิ่มความดึงดูดของเงินหยวนในระดับสากล
“ในขณะที่ระบบการเงินโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ขั้วอำนาจที่หลากหลาย ความต้องการเงินหยวนในระดับสากลกำลังขยายตัวไปไกลกว่าแค่การชำระบัญชีการค้า แต่ครอบคลุมไปถึงด้านการลงทุน การจัดหาเงินทุน การกำหนดราคาสินค้า และการเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ” นายพานกล่าว พร้อมย้ำว่าบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางเงินหยวนนอกประเทศจะได้รับการยกระดับให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังให้การสนับสนุนการเปิดตัวสินค้าโภคภัณฑ์ที่กำหนดราคาด้วยเงินหยวนมากขึ้น โดยปัจจุบันฮ่องกงได้เริ่มทดลองระบบเคลียริ่ง (Clearing) สำหรับ ทองคำ ที่รองรับด้วยธนาคารรายใหญ่หลายแห่ง รวมถึงธนาคารกลางจีนมีแผนที่จะเพิ่มการจัดสรรทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมาไว้ที่ฮ่องกงอย่างต่อเนื่องในอนาคต
อ้างอิง: Bloomberg


