วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

Chery ฮุบโรงงานเก่า Nissan แอฟริกาใต้ เล็งดันเป็นฮับการผลิตครบวงจรของทวีป

Chery ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน เข้าถือครองโรงงานผลิตรถยนต์ของ Nissan ในเมืองรอสลินประเทศแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามข้อตกลงที่ประกาศไว้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2569 โดยผู้บริหารระบุว่าบริษัทเตรียมทุ่มเม็ดเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อปรับปรุงและเพิ่มเครื่องจักร ก่อนจะเริ่มเดินสายการผลิตยานยนต์ช่วงกลางปี 2570

KEY POINTS

  • Chery ค่ายรถยนต์จากจีน เข้าซื้อกิจการโรงงานของ Nissan ในประเทศแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นฐานการผลิตในต่างประเทศ
  • ตั้งเป้าหมายพัฒนาโรงงานแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางการผลิต การส่งออก และการวิจัยและพัฒนา (R&D) แบบครบวงจรสำหรับทวีปแอฟริกา
  • เตรียมลงทุนหลายล้านดอลลาร์เพื่อปรับปรุงโรงงาน โดยจะเริ่มสายการผลิตรถยนต์ SUV รุ่นต่างๆ ในช่วงกลางปี 2570
  • ยืนยันรักษาสถานะพนักงานเดิมทั้งหมด พร้อมสร้างงานใหม่เกือบ 3,000 ตำแหน่ง และส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในท้องถิ่น

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Chery ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน เข้าถือครองโรงงานผลิตรถยนต์ของ Nissan ในเมืองรอสลิน ประเทศแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามข้อตกลงที่ประกาศไว้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2569 โดยผู้บริหารระบุว่า บริษัทเตรียมทุ่มเม็ดเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อปรับปรุงและเพิ่มเครื่องจักร ก่อนจะเริ่มเดินสายการผลิตยานยนต์ช่วงกลางปี 2570

Chery ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทต้องการปั้นให้แอฟริกาใต้เป็นศูนย์กลางของทวีปแอฟริกา ทั้งในด้านการผลิต การส่งออก การวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงการดำเนินงานในระดับภูมิภาค

Chery ให้คำมั่นว่าจะรักษาการจ้างงานพนักงานเดิมของโรงงานทั้ง 692 คนเอาไว้ โดยโครงการนี้จะสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกเกือบ 3,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั้งสายการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และบริการที่เกี่ยวข้อง

"เป้าหมายระยะยาวของเราคือการเปลี่ยนโรงงานในรอสลินให้เป็นศูนย์กลางยานยนต์แบบครบวงจร ที่มีทั้งการวิจัยและพัฒนา การดำเนินงานด้านห่วงโซ่อุปทาน และการฝึกอบรม เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของ Chery และบรรลุเป้าหมายยอดขายรถยนต์ในแอฟริกาใต้ให้ทะลุ 100,000 คันต่อปี"

ชาร์ลี จาง (Charlie Zhang) รองประธานบริษัท Chery Auto กล่าวในพิธีส่งมอบโรงงาน ซึ่งมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมเข้าร่วม

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางค่ายรถยนต์จีน ที่กำลังเผชิญการแข่งขันอันดุเดือดและ ภาวะกำลังการผลิตล้นตลาดภายในประเทศ จึงต้องเร่งขยายธุรกิจในต่างประเทศเพื่อแสวงหาการเติบโต ควบคู่ไปกับการเพิ่มฐานการผลิตและเครือข่ายการขายไปทั่วโลก

ในเบื้องต้น Chery จะใช้โรงงานแห่งนี้ผลิตรถยนต์กลุ่มสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) ได้แก่ ซีรีส์ Jetour T รวมถึง T1, Jaecoo J5 และ Chery Tiggo 4 โดยรุ่น Jaecoo J5 จะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV)

ชาร์ลี จาง เผยว่าบริษัทจะลงทุนหลายล้านดอลลาร์  เพื่ออัปเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคภายในโรงงานก่อนเริ่มเดินสายการผลิต โดยคาดว่าจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ 15,000 คัน ในช่วงเร่งกำลังการผลิตระหว่างไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2570 ตลอดจนริเริ่มโครงการที่มุ่งเน้นการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในท้องถิ่นให้ถึง 40% ในระยะแรก และกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับ Tier-1 ด้วย

จาง กุยปิง (Zhang Guibing) รองประธานบริหารของ Chery Auto เปิดเผยทิ้งท้ายว่า บริษัทยังมีแผนที่จะดึงเครือข่ายซัพพลายเออร์จากประเทศจีนเข้ามาตั้งฐานในพื้นที่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว