สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลายเร็วกว่าที่คาด ซิตี้กรุ๊ปมองทิศทางราคาน้ำมันโลกใหม่ อาจเห็นราคาร่วงเหลือ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ปลายปีนี้ หลายแบงก์เริ่มมองสัญญาณโอเวอร์ซัพพลายอีกครั้ง
ธนาคารซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) คาดการณ์ว่า "ราคาน้ำมัน" ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อาจปรับตัวลดลงเร็วกว่าที่คาดจนแตะระดับ "60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล" ภายในสิ้นปีนี้ หลังสถานการณ์ชะงักงันในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลาย ซึ่งเป็นการ "ตอกย้ำมุมมองเชิงลบ"ของสถาบันการเงินหลายแห่งที่เริ่มทยอยปรับคาดการณ์ใหม่ โดยประเมินว่าตลาดน้ำมันโลกกำลังกลับเข้าสู่ภาวะ "อุปทานล้นตลาด"
นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปนำโดย ฟรานเชสโก มาร์ตอคเซีย ระบุในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า "ปัจจัยพื้นฐานของตลาดกำลังกลับมามีบทบาทอย่างรวดเร็ว"
"การขนส่งน้ำมันกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผู้ซื้อจากจีนยังไม่กลับเข้าสู่ตลาด ตลาดน้ำมันดิบจริง (physical market) อ่อนแอลงอย่างมาก และปริมาณน้ำมันคงคลังลดลงน้อยกว่าที่คาดเอาไว้"
จากมุมมองของทีมซิตี้กรุ๊ปนั้น ตลาดพลังงานโลกกำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว หลังการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดระยะสั้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นได้รับน้ำมันเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ต้องหันไปจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นทดแทน
ผลที่ตามมาคือ "ราคาน้ำมันโลกกำลังปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว" โดยน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ดิ่งลงไปแล้วถึง 30% ในไตรมาส 2 และหักช่วงลบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามออกไปจนหมดแล้ว
"เรายังคงแนะนำให้นักลงทุนขายเมื่อราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในช่วงฤดูร้อน และคาดว่าราคาน้ำมันเบรนท์จะลดลงสู่ช่วง 60-65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในช่วงปลายปี" นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ประบุ
นักวิเคราะห์ระบุว่า ในระยะแรกตลาดยังมีแนวโน้มผันผวน เนื่องจากเส้นทางเดินเรือกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตลาดประกันภัยทางทะเลกำลังปรับตัว และปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ที่ตกค้างยังต้องใช้เวลาในการคลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม การที่รูปแบบการเดินเรือกลับมาเป็นระบบมากขึ้น และปริมาณเรือที่ผ่านช่องแคบเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนว่าผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์เริ่มมองว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ มากกว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ
ก่อนหน้านี้ ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ก็เป็นอีกหนึ่งแบงก์ใหญ่ที่ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกกำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาด หลังผลกระทบจากสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลายลงและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัว
ขณะที่ธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ก็เพิ่งปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันลงเป็น "ครั้งที่สอง" ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงจากภาวะน้ำมันล้นตลาดเช่นกัน
ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเล็กน้อย โดยครั้งล่าสุดที่ราคาต่ำกว่า 60 ดอลลาร์คือเมื่อเดือนม.ค. ปีนี้ ส่วนราคาน้ำมันดิบสหรัฐ WTI นั้น อยู่ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่เชื่อมผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียกับตลาดโลก เคยถูกปิดกั้นทั้งสองฝั่งในช่วงสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม เตหะรานและวอชิงตันได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เพื่อระงับการสู้รบเป็นการชั่วคราว โดยทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าหาข้อตกลงถาวร
"เราคาดว่าบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ และจะพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวรในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เนื่องจากแรงจูงใจในการลดความตึงเครียดมีมากกว่าทางเลือกอื่น ทั้งสำหรับสหรัฐ อิหร่าน และประเทศส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง" ซิตี้กรุ๊ประบุ


