วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เปิดทรัพย์สิน 'ทรัมป์' ปี 2025 ซื้อขายหุ้นฉ่ำ 21,000 ครั้ง กวาดเงินแสนล้านบาท

เปิดทรัพย์สิน 'ทรัมป์' ปี 2025 พบซื้อขายหุ้นกระหน่ำ 21,000 ครั้ง ธุรกรรมพุ่งทุกครั้งหลังประกาศนโยบาย กวาดกำไรจาก 'หุ้น-คริปโท' เกือบแสนล้านบาทในปีแรกที่คัมแบ็ก เจ้าตัวลั่น ‘รวยอยู่แล้ว’

บลูมเบิร์กรายงานการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินประจำปี 2025 ของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก หลังพบว่าพอร์ตการลงทุนผู้นำสหรัฐมีการทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์สูงถึงกว่า "21,000 ครั้ง" ตลอดช่วงปีแรกของการกลับเข้าดำรงตำแหน่ง

รายงานระบุว่า ธุรกรรมส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นเกิดความผันผวนอย่างรุนแรงจากมาตรการ และนโยบายที่เจ้าตัวเป็นผู้ประกาศ และมูลค่ารวมของการซื้อขายสินทรัพย์ดังกล่าวอยู่ระหว่าง 600 ล้าน ถึง 1,860 ล้านดอลลาร์ หรือราว 20,000 - 62,000 ล้านบาท  เนื่องจากเป็นการแจ้งมูลค่าในลักษณะช่วงตัวเลขกว้างๆ  

ในการประเมินพบว่า ทรัมป์ มีสถิติการซื้อขายสินทรัพย์เฉลี่ยสูงถึง 85 ครั้งต่อวันทำการ และหุ้นส่วนใหญ่เป็นของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีคู่สัญญากับรัฐบาลสหรัฐ

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานฉบับเดียวกันยังเผยว่า ทรัมป์มีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ "คริปโทเคอร์เรนซี" และ "เหรียญมีม" ในปี 2025 สูงถึงอย่างน้อย 1.4 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 46,000 ล้านบาท

จับตาจังหวะเทรดตรงกับ 'นโยบายรัฐ'

จากการวิเคราะห์เชิงลึกพบว่า จังหวะการซื้อขายหุ้นของทรัมป์มีความน่าสงสัย เนื่องจากธุรกรรมประมาณ 1 ใน 4 ของทั้งปี กระจุกตัวอยู่ภายในเวลาเพียง 10 วัน ซึ่งมักเป็นวันหลังจากที่ทรัมป์ประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะนโยบายด้านภาษีการค้า เช่น

  • 3 กุมภาพันธ์ มีการซื้อขาย 616 ครั้ง ก่อนมาตรการเก็บภาษีแคนาดา เม็กซิโก และจีน มีผลบังคับใช้เพียงวันเดียว
  • 1 เดือนให้หลัง มีการซื้อขาย 640 ครั้ง หลังทรัมป์ประกาศยกเลิกการชะลอเก็บภาษีดังกล่าว
  • 4 เมษายน มีการซื้อขาย 446 ครั้ง ท่ามกลางภาวะตลาดเทขายหุ้น หลังการประกาศนโยบายภาษีเนื่องใน "วันแห่งการปลดปล่อย" 

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติในบัญชีลงทุนของทรัมป์ที่มีอยู่ 8 บัญชี โดยพบมากกว่า 200 ครั้งที่มีการสั่ง "ซื้อ" หุ้นตัวหนึ่งในบัญชีแรก แต่กลับสั่ง "ขาย" หุ้นตัวเดียวกันนั้นในอีกบัญชีหนึ่งภายในวันเดียวกัน 

นอกจากนี้ ยังมีการซื้อ และขายหุ้นตัวเดียวกันภายในบัญชีเดียวกันถึง 4 วัน เช่น กรณีหุ้น Blue Owl Capital Corp. ที่ร่วงลง 3.1% เมื่อวันที่ 15 กันยายน บัญชีหมายเลข 4 ของทรัมป์ได้เข้าซื้อหุ้นตัวนี้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์  แต่ขณะเดียวกันก็มีการแบ่งขายหุ้นตัวนี้ออกไปถึง 6 ล็อต

หุ้นส่วนใหญ่ที่ถือครองในตอนนี้เป็นหุ้นกลุ่มบลูชิพ ในดัชนี S&P 500 เช่น Apple, Nvidia, Broadcom, Microsoft และ Tesla 

อย่างไรก็ดี มูลค่าการซื้อขายเกือบครึ่งหนึ่งเป็นวงเงินขนาดเล็กระหว่าง 1,001 ถึง 15,000 ดอลลาร์ ซึ่งจำนวนธุรกรรมจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้บังคับให้รายงานรายการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ 

ทำเนียบขาว-ทรัมป์โต้ ‘รวยอยู่แล้ว-ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน’

กลุ่มนักวิจารณ์ และองค์กรตรวจสอบภาคประชาชนได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ปริมาณ และจังหวะการซื้อขายหุ้นที่สอดรับกับนโยบายรัฐเช่นนี้ อาจเป็นหลักฐานชี้ว่าทรัมป์ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินโดยมิชอบหรือไม่

ทว่าทรัมป์ได้กล่าว “ปฏิเสธข้อครหา” ก่อนเดินทางไปรัฐนอร์ทดาโคตา โดยระบุว่า “ตนเองมีฐานะร่ำรวยอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่ง และแจงว่ากำไรที่ได้มาจากสภาวะตลาดหุ้นที่เป็นขาขึ้น” พร้อมยืนยันว่าตนเจตนาที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือพูดคุยใดๆ กับกลุ่มสถาบันการเงินที่เข้ามาบริหารจัดการเงินทุนเหล่านี้

สอดคล้องกับแถลงการณ์จากกลุ่มธุรกิจ Trump Organization และ แอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาว ที่ระบุตรงกันว่า สินทรัพย์ทั้งหมดถูกบริหารจัดการอย่างเป็นอิสระผ่านสถาบันการเงินภายนอกในรูปแบบกองทุนทรัสต์ที่ผู้รับประโยชน์ไม่มีสิทธิรับรู้การดำเนินงาน 

Trump Organization  แจงว่าระบบจะทำธุรกรรมโดยอัตโนมัติตามโมเดลพอร์ตลงทุน และดัชนีอ้างอิง ซึ่งตัวทรัมป์ และครอบครัวไม่มีส่วนรู้เห็นหรือได้รับแจ้งล่วงหน้า จึงไม่มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์