วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นขึ้นค่าวีซ่า ‘5 เท่า’ แก้ ‘นักท่องเที่ยวล้นเมือง’

รัฐบาลญี่ปุ่นแก้ปัญหา ‘นักท่องเที่ยวล้น’ ด้วยการขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวต่างชาติอีก ‘5 เท่า’ เป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปี ขณะเดียวกันก็ลดค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ตสำหรับประชาชน หวังกระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่นเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่น ประกาศ “ปรับขึ้นราคา 5 เท่า” สำหรับ ค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปี มีผลทันที โดยค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศครั้งเดียว (Single-entry Visa) เพิ่มจาก 3,000 เยน เป็น 15,000 เยน ขณะที่วีซ่าเข้าออกได้หลายครั้ง (Multiple-entry Visa) เพิ่มจาก 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน

รัฐบาลคาดว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐราว 120,000 ล้านเยน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ “ลดค่าธรรมเนียม” การทำหนังสือเดินทางสำหรับประชาชนญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี 

สิ่งนี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการแก้ปัญหา “นักท่องเที่ยวล้นญี่ปุ่น” ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องการกระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น หลังจำนวนผู้เดินทางออกนอกประเทศ ยังฟื้นตัวได้ช้ากว่าก่อนเกิดโควิด-19

ในปัจจุบัน นักเดินทางจากกว่า 120 ประเทศและดินแดน รวมถึงจีนและฟิลิปปินส์ ยังต้องยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น โดยในปี 2568 ญี่ปุ่นออกวีซ่ารวมกว่า 7.8 ล้านฉบับ และกว่า 73% เป็นวีซ่าที่ออกให้กับ “นักท่องเที่ยวชาวจีน”

จากการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้หลายเมืองท่องเที่ยวของญี่ปุ่นต้องเผชิญปัญหาความแออัด การรบกวนชุมชน และปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ปรับขึ้นภาษีขาออก (Departure Tax) ซึ่งเรียกเก็บจากทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ จาก 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน เพื่อนำรายได้ไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการรองรับผลกระทบจากการท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน ประเด็นการบริหารจัดการชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหรือพำนักในญี่ปุ่น ได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญทางการเมือง หลังการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้แต่งตั้งรัฐมนตรีรับผิดชอบด้านนี้โดยเฉพาะเป็นครั้งแรก

ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า ปี 2568 ญี่ปุ่นต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 42.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 33.8% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19

สวนทางกับจำนวนชาวญี่ปุ่นที่เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งมีเพียง 14.7 ล้านคน ในปีเดียวกัน ต่ำกว่าระดับสูงสุดก่อนโควิดที่ 20 ล้านคน ในปี 2562 ถึง 26%

รัฐบาลจึงมองว่า การสร้างสมดุลระหว่าง “นักท่องเที่ยวขาเข้า” และ “นักเดินทางขาออก” เป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวในระยะยาว

แม้ว่าหนังสือเดินทางญี่ปุ่นจะได้รับการจัดอันดับให้ทรงอิทธิพลที่สุดอันดับ 2 ของโลก จากการจัดอันดับของ Henley & Partners โดยสามารถเดินทางเข้าประเทศต่าง ๆ ได้ 188 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า รองจากสิงคโปร์ที่เดินทางได้ 192 ประเทศ แต่กลับมีชาวญี่ปุ่นถือพาสปอร์ต “เพียง 18% ของประชากร” ณ สิ้นปีที่ผ่านมา ลดลงจากประมาณ 24% ในปี 2562

เมื่อเทียบกับประเทศอื่น สัดส่วนผู้ถือพาสปอร์ตของญี่ปุ่นยังต่ำกว่ามาก โดยชาวเกาหลีใต้มีผู้ถือพาสปอร์ตราว 40% ชาวอเมริกัน 50% และชาวไต้หวันประมาณ 60%

เพื่อกระตุ้นการเดินทางของประชาชน รัฐบาลได้ลดค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ โดยสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ตอายุ 10 ปี ผ่านระบบออนไลน์ ลดจาก 15,900 เยน เหลือ 8,900 เยน ส่วนการยื่นคำขอที่สำนักงาน ลดจาก 16,300 เยน เหลือ 9,300 เยน

สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ค่าธรรมเนียมออนไลน์ลดเหลือ 4,400 เยน และการยื่นที่สำนักงานอยู่ที่ 4,800 เยน

อ้างอิง: nikkei