AI ยังแทนไม่ได้ ‘ฟอร์ด’ เรียกวิศวกรรุ่นเก๋า 300 คนกลับมาทำงาน เทรนด์ AI - สอนงานวิศวกรรุ่นใหม่ อุดรอยรั่วระบบตรวจสอบคุณภาพในโรงงาน
บีบีซีรายงาน บริษัท “ฟอร์ด” (Ford) ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐตัดสินใจจ้างพนักงานและวิศวกรที่เป็นมนุษย์กลับเข้าทำงานอีกครั้ง หลังจากพบว่าเทคโนโลยี AI ที่นำมาใช้ไม่สามารถทำงานได้ดีหรือมีทักษะเทียบเท่ากับประสบการณ์ของคน
ก่อนหน้านี้ ฟอร์ดได้นำระบบ AI เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงานหลายส่วน รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ เพราะหวังที่จะพึ่งพาข้อดีของเทคโนโลยีนี้ในการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตามที่กลุ่มผู้พัฒนาท้าทายไว้
รายงานจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า ผู้บริหารของฟอร์ดได้ตัดสินใจดึงตัว "เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพระดับปรมาจารย์" ที่กลับมาทำงานมากกว่า 300 คนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อเข้ามาอุดรอยรั่วและแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากระบบอัตโนมัติเหล่านั้น
AI ทำงานได้ แต่ไม่ได้แปลว่าทำงานดี
ชาลส์ พูน รองประธานฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ยานยนต์ของฟอร์ด ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า "AI เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมมากก็จริง แต่มันจะมีประสิทธิภาพสูงได้เท่ากับข้อมูลที่เราใช้ป้อนเพื่อฝึกฝนมันเท่านั้น"
"ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทมองข้ามและไม่ได้ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญสูงสุด ซึ่งอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับแบรนด์มาอย่างยาวนานผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาหลายต่อหลายรุ่น"
ฟอร์ดเป็นหนึ่งในบรรดาบริษัทรถยนต์แรกๆ ที่กระโจนเข้าใส่กระแสฟีเวอร์ของ AI เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว จิม ฟาร์ลีย์ ซีอีโอของฟอร์ดเคยให้สัมภาษณ์ไว้ด้วยซ้ำว่า "AI จะเข้ามาแทนที่และทิ้งพนักงานออฟฟิศไว้ข้างหลังเป็นจำนวนมาก"
ต่อมาในเดือนตุลาคม คูมาร์ กัลโฮตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ได้แถลงต่อหน้าผู้ลงทุนว่าบริษัทกำลังติดตั้งระบบ AI ทั่วทั้งกระบวนการผลิต ซึ่งรวมถึงการติดตั้งกล้องอัจฉริยะพลัง AI จำนวน 900 ตัวในโรงงาน เพื่อตรวจจับปัญหาด้านคุณภาพในห่วงโซ่อุปทาน
แต่ล่าสุด ชาลส์ พูน ได้ออกมายอมรับว่า การตรวจสอบด้วยระบบ AI นั้นไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยเขากล่าวว่า "เราพลาดเองที่คิดว่า แค่ใส่ระบบ AI เข้าไป แล้วป้อนข้อมูลความต้องการด้านการออกแบบลงไป ระบบจะสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงออกมาได้โดยอัตโนมัติ"
“ เครื่องมืออัตโนมัติเหล่านี้ขาดการฝึกฝนและขาดความเชี่ยวชาญแบบที่ช่างเทคนิครุ่นเก๋ามี ซึ่งน่าเสียดายที่พนักงานผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ลาออกจากบริษัทไปก่อนที่ความรู้ของพวกเขาจะถูกนำมาพัฒนาต่อยอดให้กับระบบเทคโนโลยี”
ดังนั้น ฟอร์ดจึงต้องดึงตัวพนักงานรุ่นเก๋าเหล่านี้กลับมา เพื่อทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง คือ ช่วยฝึกสอน ระบบ AI ให้ฉลาดขึ้น และช่วยเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงานให้กับพนักงานรุ่นใหม่ไปพร้อม ๆ กัน
การออกมายอมรับความล้มเหลวของ AI ในครั้งนี้ ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ฟอร์ดประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ โดยบริษัทสามารถทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ในการจัดอันดับดัชนีคุณภาพรถยนต์ (J.D. Power Initial Quality Study) สำหรับกลุ่มรถยนต์กระแสหลักในสหรัฐซึ่งเป็นตำแหน่งที่ฟอร์ดไม่ได้สัมผัสมานานตั้งแต่ปี 2010
ฟอร์ดระบุในแถลงการณ์ว่า การจะก้าวไปสู่คุณภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดในระดับเดียวกันได้นั้น จำเป็นต้องมีการ "ปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากรครั้งใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดึงตัววิศวกรรุ่นเก๋าประมาณ 300 คนนี้กลับมา เพื่อนำ "ภูมิปัญญาและประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ" มาใช้ขับเคลื่อนองค์กรอีกครั้ง



