วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม 2569

Login
Login

วิกฤติชิปขาดแคลนพ่นพิษ ‘ทิม คุก - อีลอน มัสก์' เตือนราคาพุ่งแรงสุดในรอบ 40 ปี

ทิม คุก และ อีลอน มัสก์ ออกมาเตือนถึงวิกฤติต้นทุน และราคาชิ้นส่วนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งไม่เคยพบเห็นในอุตสาหกรรมนี้มานานกว่า 40 ปี

เมื่อผู้นำของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับล้านล้านดอลลาร์ ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยในเรื่องเดียวกัน นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกไม่ควรมองข้าม

“ทิม คุก” (Tim Cook)ซีอีโอของ Apple ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อใหญ่อย่าง The Wall Street Journal โดยเขาเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันว่าเป็นเหมือน "วิกฤติน้ำท่วมในรอบร้อยปี" พร้อมระบุว่า “ตลอดเวลากว่า 40 ปีในการทำงาน ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ในอุตสาหกรรมไหนมาก่อนเลย”

คำเตือนนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ Apple กำลังเตรียมปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนชิปหน่วยความจำ และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งชิปเหล่านี้คือ หัวใจสำคัญในการผลิตทั้ง iPhone, Mac, iPad และอุปกรณ์อื่นๆ

“โชคร้ายที่การขึ้นราคานั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่ส่งผ่านมาถึงเรา และพยายามปกป้องลูกค้าไม่ให้ต้องรับภาระนี้ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าจะรับไหวแล้ว” ทิม คุก กล่าว

‘อีลอน มัสก์’ ตอกย้ำ ‘แพงที่สุดเท่าที่เคยเจอ’

หลังจากนั้นไม่นาน “อีลอน มัสก์” (Elon Musk) ซีอีโอของ SpaceX และ Tesla ได้ออกมาสนับสนุนความเห็นของคุก โดยมัสก์ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X อ้างถึงบทสัมภาษณ์ดังกล่าว

พร้อมเสริมว่า “นี่คือ การพุ่งขึ้นของราคาสิ่งต่างๆ ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเช่นกัน”

นอกจากนี้ มัสก์ยังได้แชร์บทความพาดหัวว่า "The Data-Center Boom Is Sparking a Third Wave of Inflation" การเติบโตของศูนย์ข้อมูลกำลังจุดชนวนเงินเฟ้อระลอกที่สาม ซึ่งเตือนว่าการแห่ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในอเมริกากำลังผลักดันให้ต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้น ตั้งแต่สมาร์ตโฟนไปจนถึงค่าไฟฟ้า โดยมีตัวเลขชี้วัดที่น่ากลัวว่า ราคาผู้บริโภคสำหรับซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมพุ่งสูงขึ้นถึงประมาณ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

โดมิโนเอฟเฟกต์สะเทือนผู้บริโภค

แม้ในตอนแรก ทิม คุก จะปฏิเสธที่จะระบุวันเวลาหรือจำนวนตัวเลขที่จะปรับขึ้นราคา แต่ผู้บริโภคก็ไม่ต้องรอนาน เพราะหลังจากนั้นไม่นาน Apple ได้ประกาศปรับขึ้นราคา Mac และ iPad ขึ้นอีกหลายร้อยดอลลาร์

และ Apple ไม่ใช่เหยื่อรายเดียวของวิกฤตินี้ แบรนด์ไอทีระดับโลกรายอื่นๆ เช่น Hewlett-Packard (HP), Dell รวมถึงยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมอย่าง Nintendo ต่างก็ตบเท้าปรับขึ้นราคาสินค้าไปแล้วเช่นกัน 

ข้อมูลจาก The Wall Street Journal ระบุว่า “ราคาชิปหน่วยความจำ และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตลาดพุ่งสูงขึ้นถึง 4 เท่า ภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว” เนื่องจากความต้องการที่ล้นหลาม

ทั้ง มัสก์ และ คุก ต่างเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการเทคโนโลยีที่เคยผ่านวิกฤติขาดแคลนสินค้า และเศรษฐกิจชะงักงันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่การที่ทั้งคู่ใช้คำว่า "วิกฤติในรอบร้อยปี" และ "การพุ่งขึ้นของราคาที่ใหญ่ที่สุด" ย่อมสะท้อนว่าวิกฤติเงินเฟ้อในห่วงโซ่อุปทานครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คิด แม้ตัวเลขเงินเฟ้อภาพรวม จะดูเหมือนลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2022 แล้วก็ตาม

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์