วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'จีน' ขึ้นบัญชีดำคุมส่งออก 'ญี่ปุ่น' ยกระดับเข้มบริษัทโดรน นิวเคลียร์ กลาโหม

จีนขยายมาตรการ 'คุมส่งออก' ใส่ญี่ปุ่นอีกระลอก เพิ่ม 40 หน่วยงานในบัญชีดำคุมการส่งออก และบัญชีเฝ้าระวัง พร้อมส่งสัญญาณตอบโต้รอบใหม่กรณีจุดยืนของรัฐบาลทาคาอิจิ

วันนี้ (29 มิ.ย.69) กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศขึ้น "บัญชีดำ" สถาบันวิจัยด้านกลาโหมของรัฐบาลญี่ปุ่น 4 แห่ง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นใน "มาตรการควบคุมการส่งออก" ต่อหน่วยงานญี่ปุ่นอีกหลายสิบแห่ง โดยนับเป็นการยกระดับมาตรการที่ใช้มาหลายเดือนเพื่อจำกัดญี่ปุ่นในการเข้าถึงสินค้าประเภทใช้ได้สองทางทั้งทางพลเรือน และการทหาร (dual-use goods) ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากจีน

กระทรวงพาณิชย์จีนได้เพิ่มหน่วยงาน 20 แห่ง เข้าสู่ "บัญชีควบคุมการส่งออก" ซึ่งรวมถึงสถาบันแห่งชาติเพื่อการวิจัยด้านกลาโหม และบรรดาสถาบันวิจัยระบบการรบภาคพื้นดิน ทางเรือ และทางอากาศ ตลอดจนหน่วยงานหลายแห่งภายใต้บริษัท Mitsubishi Electric และ Mitsubishi Heavy Industries ที่เป็นผู้ผลิตด้านยุทโธปกรณ์

ผู้ส่งออกภายในจีนเองรวมไปถึงนิติบุคคล และบุคคลชาวต่างประเทศในจีน จะไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายโอนสินค้าประเภทใช้ได้สองทางที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนให้แก่หน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชี พร้อมระบุว่ากิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ทั้งหมด "จะต้องยุติลงทันที"

นอกจากการขึ้นบัญชีควบคุมการส่งออกแล้ว จีนยังเพิ่มรายชื่อหน่วยงานอีก 20 แห่งเข้าสู่ "บัญชีเฝ้าระวัง" ซึ่งรวมถึงบริษัทต่อเรือ Mitsui E&S Co., บริษัทผู้ผลิตโดรน Terra Drone Corporation, บริษัทแปรรูปเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และหน่วยงานของบริษัท OKI Electric Industry โดยการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องจะต้องผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า จะใช้มาตรการตรวจสอบผู้ใช้งานปลายทาง (end-user) และวัตถุประสงค์การใช้งานปลายทาง (end-use) อย่างเข้มงวดกับหน่วยงานที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง และจะไม่อนุมัติการส่งออกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานทางทหารของญี่ปุ่น การใช้งานทางทหาร หรือการใช้งานใดๆ ที่อาจช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหมของญี่ปุ่น

มาตรการดังกล่าวถือเป็นการยกระดับครั้งล่าสุดในการเคลื่อนไหวของจีนที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนม.ค.2026 ซึ่งในเวลานั้นจีนได้สั่งห้ามการส่งออกสินค้าประเภทใช้ได้สองทางให้แก่ผู้ใช้งานทางทหารของญี่ปุ่น และในเดือนก.พ. จีนได้เพิ่มบริษัท 20 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทลูกของ Mitsubishi Heavy Industries, IHI Corp. และ Kawasaki Heavy Industries เข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก และยังเพิ่มบริษัทอีก 20 แห่ง รวมถึง Subaru Corp., TDK Corp. และ FUJI Aerospace Technology เข้าสู่บัญชีเฝ้าระวัง

ทางการจีนเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลโตเกียวมากขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวเมื่อเดือนพ.ย. 2025 ว่า หากจีนโจมตีไต้หวัน ญี่ปุ่นอาจใช้กำลังทหารตอบโต้ ซึ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า นับตั้งแต่การขึ้นบัญชีเมื่อเดือนก.พ. ญี่ปุ่นไม่ได้แสดงความสำนึกต่อการกระทำของตน แต่กลับเร่งเดินหน้าในสิ่งที่จีนเรียกว่าเป็น "ลัทธิทหารแบบใหม่" (new-style militarism) ซึ่งรวมถึงการติดตั้งอาวุธเชิงรุก และการยิงขีปนาวุธนอกประเทศ

โฆษกของจีนยังเรียกร้องให้ญี่ปุ่น "หันกลับจากเส้นทางที่ผิด" พร้อมยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างสองประเทศที่ดำเนินไปตามปกติ และบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย "ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกังวล"

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประกาศมาตรการดังกล่าว ราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องมีความเคลื่อนไหวทั้งบวก และลบผสานกันไป โดยหุ้น Mitsubishi Electric ปรับตัวลดลงประมาณ 1% ขณะที่หุ้น Mitsubishi Heavy Industries ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.9%

 

 

ที่มา: CNBC

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์