วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม 2569

Login
Login

29 ล้านล้านดอลล์ 'เปลี่ยนทิศ' กองทุนโลกหันซบ ‘สินทรัพย์พลังงาน’

สงคราม ความขัดแย้ง และหนี้ของสหรัฐ กำลังเปลี่ยนเกมการลงทุนโลก กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติและธนาคารกลางเร่งเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์ ‘พลังงาน’ และ ‘ทองคำ’ พร้อมส่งสัญญาณ ‘ลดการพึ่งพาดอลลาร์’ เพื่อรับมือความเสี่ยงที่ยืดเยื้อได้ดียิ่งขึ้น

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติและธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งบริหารสินทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 29 ล้านล้านดอลลาร์ (เกือบ 1 พันล้านล้านบาท) กำลังปรับกลยุทธ์การลงทุนครั้งสำคัญ โดยหันมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน “สินทรัพย์ด้านพลังงาน” พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อสถานะของ “เงินดอลลาร์สหรัฐ” ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลกมากขึ้น

ผลสำรวจล่าสุดของบริษัทบริหารการลงทุน Invesco ซึ่งครอบคลุมกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ 90 แห่ง และธนาคารกลาง 54 แห่ง พบว่า นักลงทุนสถาบันรายใหญ่กำลังให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงมากกว่าที่เคย เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่สามารถรับมือกับความผันผวนจากสงคราม มาตรการภาษี การหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ และความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลางได้ดียิ่งขึ้น

ผลสำรวจระบุว่า 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า “ความมั่นคงด้านพลังงาน” และ “โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด” เป็นการลงทุนที่น่าเชื่อถือที่สุดในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพอร์ต ขณะที่สัดส่วนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เพิ่มขึ้นเป็น 9% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในปี 2026

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการลงทุนด้านพลังงาน คือ การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งต้องอาศัยศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ส่งผลให้สินทรัพย์ด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เบนจามิน โจนส์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Invesco กล่าวว่า ในโลกที่เผชิญกับแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดการเงินที่กระจุกตัวมากขึ้น นักลงทุนกำลังทบทวนแนวคิดเดิมเกี่ยวกับการกระจายความเสี่ยง และออกแบบพอร์ตใหม่ให้สามารถรองรับผลลัพธ์ที่หลากหลายได้มากกว่าเดิม พร้อมระบุว่า “ความยืดหยุ่นของพอร์ตการลงทุนไม่ใช่เพียงข้อได้เปรียบอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งจำเป็น”

รายงานยังชี้ว่า ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้บทบาทของพันธบัตรในการช่วยกระจายความเสี่ยงลดลง นักลงทุนจำนวนมากจึงหันไปเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องและสินทรัพย์จริงแทน

ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับสถานะของ “เงินดอลลาร์” ในฐานะสกุลเงินสำรองโลกก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย 61% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมการสำรวจ ระบุว่า ระดับหนี้สาธารณะของสหรัฐส่งผลกระทบเชิงลบต่อสถานะระยะยาวของดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 20% ในปี 2024

แม้ว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน จะช่วยหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าราว 3% ในปีนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า ความไม่แน่นอนด้านนโยบายของสหรัฐและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะยาว

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีสกุลเงินใดสามารถทดแทนดอลลาร์ได้อย่างแท้จริง แต่สัญญาณการลดการพึ่งพาดอลลาร์เริ่มชัดเจนขึ้น โดย 29% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่า ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า สถานะของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลกจะ “อ่อนแอลง” เพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2022

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางอีกแห่งหนึ่งยอมรับว่า การลดการพึ่งพาระบบการเงินของสหรัฐเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากอาจถูกตีความจากสหรัฐว่า เป็นการแสดงท่าทีที่ไม่เป็นมิตร

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือ “ทองคำ” โดยหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า มีแผนเพิ่มการถือครองทองคำ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงยืดเยื้อ

อ้างอิง: reuters