วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569

Login
Login

กำไรอุตฯ จีนโตแผ่วแต่ยังแตะสองหลัก พึ่งพาส่งออกพยุงอุปสงค์ในประเทศ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมายังคงเติบโตในระดับเลขสองหลัก แม้จะมีอัตราที่ชะลอตัวลงก็ตาม สถานการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่ขยายวงกว้างขึ้นในระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาผลผลิตจากโรงงานและการส่งออกเป็นหลัก เพื่อชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศ

การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยถูกฉุดรั้งจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อและความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างที่ฝังลึก ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ธุรกิจต่างๆ ที่พยายามหลีกหนีการแข่งขันที่ดุเดือดในประเทศ กลับต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนระลอกใหม่จากความขัดแย้งในอิหร่านที่ยืดเยื้อ

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมาระบุว่า การเติบโตของกำไรในบริษัทอุตสาหกรรมของจีนในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากระดับ 24.7% ในเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม ยอดรวมกำไรในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าสูงกว่าตัวเลขการเติบโต 18.2% ในช่วง 4 เดือนแรก

จ้าวเผิง ซิง (Zhaopeng Xing) นักยุทธศาสตร์อาวุโสฝ่ายจีนจากสถาบันการเงิน ANZ ให้ความเห็นว่า "ภาคอุตสาหกรรมต้นน้ำและอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์มีการเติบโตพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ภาคการผลิตปลายน้ำยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีราคาผู้ผลิต สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการปรับตัวดีขึ้นของราคาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรขององค์กรเติบโต"

แนวโน้มผลประกอบการมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละภาคอุตสาหกรรม ได้แก่

กลุ่มที่เติบโตโดดเด่น คือ กำไรของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พุ่งทะยานถึง 103.9% ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 43.1% ของการเติบโตของกำไรในภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก นอกจากนี้ กำไรจากภาคการทำเหมืองและการแปรรูปแร่โลหะนอกกลุ่มเหล็กก็พุ่งสูงถึง 93.9%

ส่วนกลุ่มที่หดตัวในทางตรงกันข้าม คือ กำไรของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์กลับร่วงลง 19.8% แม้ตัวเลขการส่งออกจะยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่กำไรของผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ทรุดหนักถึง 58.4%

เทียนเฉิน ซวี่ (Tianchen Xu) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ชี้ว่า ความแตกต่างดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการลดระดับความรุนแรงในความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยระบุว่า "เมื่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้ และราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง เราน่าจะได้เห็นกำไรในภาคอุตสาหกรรมปลายน้ำค่อยๆ ฟื้นตัว"

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผู้กำหนดนโยบายของจีนจะยกระดับมาตรการสนับสนุนแบบเจาะจงเป้าหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพความสามารถในการทำกำไรขององค์กรธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะที่การควบรวมกิจการกำลังเร่งตัวขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องรับมือกับภาวะกำลังการผลิตส่วนเกิน และการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น

นอกจากนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางจีนได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์บางแห่งเพิ่มการปล่อยสินเชื่อในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าความต้องการสินเชื่อในตลาดยังคงอ่อนแอ ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังพยายามรับมือกับภาวะการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา

ปัญหาดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมด้วยดัชนีราคาผู้ผลิต (Factory-gate inflation) ของจีนในเดือนพฤษภาคมที่เร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ส่งผลให้แรงกดดันด้านต้นทุนเข้ามาบีบคั้นกำไรของบริษัทต่างๆ อย่างหนัก

หมายเหตุ: ข้อมูลตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมนี้ ครอบคลุมเฉพาะบริษัทที่มีรายได้ประจำปีจากการดำเนินงานหลักอย่างน้อย 20 ล้านหยวน หรือประมาณ 2.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ