ธนาคารพาณิชย์จีนคุมเข้มการซื้อขายทองคำรายย่อย หลังราคาผันผวนหนักทำตลาดปั่นป่วน เข้าสู่ยุคทองคำขาลง ทยอยปิดบริการเอื้อรายย่อย บางแห่งเรียกหลักประกันพุ่ง 140% สำหรับบัญชีมาร์จิน
ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของจีนหลายแห่ง ประกาศยุติการให้บริการอำนวยความสะดวกนักลงทุนรายย่อยในการซื้อขายโลหะมีค่ากันตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ 24 มิ.ย. หลังจากราคาทองคำและโลหะเงินที่ปรับตัวเป็นขาขึ้นต่อเนื่องหลายปี พลิกเข้าสู่ "ภาวะขาลง" ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ไปเมื่อวันพุธ
ธนาคาร Industrial & Commercial Bank of China (ICBC) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดสินทรัพย์มากที่สุดในจีน เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า จะยุติการให้บริการเป็นตัวกลางสำหรับบุคคลธรรมดาในการซื้อขายโลหะมีค่าผ่านตลาดค้าทองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Gold Exchange) หลังการชำระราคาวันที่ 24 ก.ค. พร้อมแนะนำให้ลูกค้าปัจจุบันทยอยขายหรือปิดสถานะการลงทุนก่อนถึงกำหนดดังกล่าว
ด้านธนาคาร China Guangfa Bank แจ้งให้ลูกค้าปิดสถานะการลงทุนในโลหะมีค่าภายในเวลา 15.30 น. ตามเวลาฮ่องกงของวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. มิฉะนั้นธนาคารจะดำเนินการปิดสถานะ (Force Liquidation) ภายในสิ้นเดือน ตามประกาศเมื่อวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังสามารถลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ออมทอง หรือ กองทุน ETF ทองคำและโลหะมีค่าได้
การยุติบริการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในมาตรการขั้นสุดท้ายของธนาคารจีน ในการจำกัดการซื้อขายทองคำของนักลงทุนรายย่อย โดย ICBC และธนาคารอีกหลายแห่งได้จำกัดไม่ให้บุคคลธรรมดาเปิดสถานะใหม่ในสัญญาหลักของตลาดค้าทองเซี่ยงไฮ้มาตั้งแต่ปี 2565 แต่ยังอนุญาตให้ขายทองคำหรือปิดสถานะเดิมได้
ทั้งนี้ ธนาคารต่างๆ ยังเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นในการบริหารความเสี่ยง สำหรับการซื้อขายโลหะมีค่าที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยใช้มาร์จิน (Margin Trading) โดยธนาคารหลายแห่ง รวมถึง Bank of China และ China CITIC Bank ได้ปรับเพิ่มอัตราหลักประกัน (Margin Requirement) ในเดือนนี้ ซึ่งบางแห่งกำหนดไว้สูงถึง 140%
ซ่ง เจียงเจิ้น นักวิจัยจาก Guangdong Southern Gold Market Academy กล่าวว่า "เนื่องจากก่อนหน้านี้ธนาคารได้จำกัดการเปิดสถานะใหม่ของนักลงทุนรายย่อยไปแล้ว มาตรการครั้งนี้จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก"
ราคาทองคำตลาดสปอต ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในสัปดาห์นี้ ต่อเนื่องจากการปรับฐานหลังทำสถิติสูงสุดเกือบ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเดือนม.ค. โดยก่อนหน้านั้นราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่แนวโน้มขาขึ้นได้พลิกกลับหลังสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับสูงต่อไป
ทั้ง ICBC และ China Guangfa Bank ระบุว่า การยุติบริการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบริหารความเสี่ยง โดยครอบคลุมทั้งการซื้อขายสัญญาส่งมอบทันที (Spot) และสัญญาส่งมอบล่วงหน้า (Deferred Delivery) ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ธนาคาร Postal Savings Bank of China และ Ping An Bank เคยประกาศมาตรการลักษณะเดียวกันเมื่อต้นปีนี้
ตลอดปีที่ผ่านมา ธนาคารจีนทยอยปรับเพิ่มข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการลงทุนในโลหะมีค่าของนักลงทุนรายย่อย พร้อมเตือนถึง "ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด" ซึ่งสร้างความเสียหายแม้แต่นักลงทุนสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์เชิงปริมาณ (Quantitative Hedge Funds)
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายย่อยยังสามารถเปิดบัญชีซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ในตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ หรือเลือกลงทุนผ่านโครงการออมทองของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทยอยซื้อทองคำสะสมในระยะยาวได้


