แม้ธุรกิจ AI ของอีลอน มัสก์ยังคงขาดทุนหนักและต้องเผาเงินมหาศาล แต่มหาเศรษฐีรายนี้ กลับสามารถเปลี่ยน ‘หนี้ราคาแพง’ ให้กลายเป็น ‘หนี้ต้นทุนต่ำ’ ได้ ผ่านการควบรวม X และ xAI เข้ากับ SpaceX ก่อนระดมทุนผ่านหุ้นกู้มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8 แสนล้านบาท) ช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี
สำหรับ “อีลอน มัสก์” ตัวเขาขึ้นชื่อเรื่อง “การเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน” อยู่แล้ว ล่าสุด เขาสามารถ “เพิ่มกระแสเงินสด” ผ่านหนี้หลายพันล้านดอลลาร์ให้กับกลุ่มบริษัทของตนได้ พร้อม “ลดภาระดอกเบี้ย” ที่ต้องจ่ายในแต่ละปีลงได้พร้อมกัน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า SpaceX ได้ออกขายหุ้นกู้ระดับน่าลงทุน (Investment Grade) มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8 แสนล้านบาท) เมื่อวันอังคาร เพื่อนำเงินมาใช้ “รีไฟแนนซ์” (เปลี่ยนหนี้เก่าที่ดอกเบี้ยแพงเป็นหนี้ใหม่ที่ดอกเบี้ยถูกกว่า)
หนี้เก่าที่ถูกนำมาแทนที่นั้น มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ หนี้ที่ใช้ในการซื้อ Twitter (ปัจจุบันคือ X) มูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 และหนี้ที่ xAI บริษัท AI ของมัสก์กู้มาในปีที่แล้ว เพื่อใช้เป็นเงินทุนรองรับการขาดทุนและการใช้เงินสดจำนวนมาก
หาก X และ xAI ยังแยกบริษัทอยู่เหมือนเดิม ทั้งสองแห่งจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับหนี้รวม 17,500 ล้านดอลลาร์ “สูงถึงประมาณ 1,800 ล้านดอลลาร์ต่อปี”
แต่หลังจากที่มัสก์นำ X และ xAI เข้าไปรวมอยู่ภายใต้ SpaceX แล้ว SpaceX สามารถออกหุ้นกู้ใหม่ที่มีต้นทุนต่ำกว่าได้ ทำให้แม้ยอดหนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 25,000 ล้านดอลลาร์ แต่ภาระดอกเบี้ยกลับลดลง “เหลือประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี” เท่านั้น
ก่อนหน้านี้ xAI มีสถานะเครดิตที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้สามารถระดมทุนได้เฉพาะผ่านสินเชื่อแบบ Leveraged Loan และหุ้นกู้ขยะ (Junk Bond) ซึ่งมีต้นทุนสูง
แต่หลังจาก SpaceX เข้าซื้อ xAI ในเดือนกุมภาพันธ์ และได้รับอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade จากสถาบันจัดอันดับชั้นนำ บริษัทจึงสามารถเข้าถึงตลาดตราสารหนี้คุณภาพสูงของสหรัฐที่มีต้นทุนต่ำกว่าได้
การยกระดับดังกล่าว ยังเปิดประตูสู่แหล่งเงินทุนที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยตลาดหุ้นกู้ Investment Grade ของสหรัฐมีขนาดราว 8 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับเพียง 3 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับตลาด Junk Bond และ Leveraged Loan รวมกัน
“พวกเขาจะต้องก่อหนี้เพิ่มอีกเพื่อรองรับการขยายตัว” โรเบิร์ต ชิฟฟ์แมน นักวิเคราะห์เครดิตอาวุโสของ Bloomberg Intelligence กล่าว “หากคุณต้องการมีงบดุลที่มีหนี้ 80,000-100,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป คุณไม่สามารถระดมทุนทั้งหมดผ่านตลาดหุ้นกู้ขยะได้”
ไม่เพียงเท่านั้น มหาเศรษฐีระดับ “ล้านล้านดอลลาร์” รายนี้ ใช้รายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink และสัญญาปล่อยจรวดกับรัฐบาลสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายมหาศาลของ xAI
“ถ้าจะลงทุนในบริษัทนี้ คุณต้องเป็นคนที่เชื่อจริง ๆ” อาร์ต โฮแกน หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดของ B. Riley Wealth กล่าว “คุณต้องเชื่อว่ารายได้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอีกหลายปีข้างหน้า”
ความต้องการซื้อหุ้นกู้ของ SpaceX สะท้อนว่า นักลงทุนจำนวนมากยังคงเชื่อมั่น โดยการเสนอขายครั้งนี้มีคำสั่งซื้อสูงสุดถึง 89,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทสามารถต่อรองต้นทุนดอกเบี้ยให้ต่ำลงได้
อย่างไรก็ตาม แม้นักลงทุนจะกระตือรือร้นเข้าถือหุ้นอาณาจักรธุรกิจของมัสก์ แต่จากนี้เป็นต้นไป SpaceX ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า สามารถบริหารธุรกิจที่มีโมเดลแตกต่างกันอย่างมากเหล่านี้ได้ และเปลี่ยนธุรกิจ AI ให้กลายเป็น “เครื่องจักรสร้างรายได้” แทนที่จะเป็นภาระทางการเงิน
อ้างอิง: bloomberg, Reuters


