ราคาน้ำมันที่ลดลงหลังสหรัฐ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว อาจช่วยให้สายการบินทั่วโลกประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงได้หลายพันล้านดอลลาร์ แต่ผู้โดยสารอาจยัง ‘ไม่ได้เห็นตั๋วเครื่องบินราคาถูกลงในเร็ววัน’ เนื่องจากจำนวนที่นั่งยังตึงตัว ขณะที่สายการบินเลือกใช้ต้นทุนที่ลดลงเพื่อ ‘ฟื้นฟูกำไร’ มากกว่าปรับลดค่าโดยสาร
หลังข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐ-อิหร่านกดราคาน้ำมันลง สายการบินทั่วโลกมีโอกาสประหยัดต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้หลายพันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารอาจ “ยังไม่เห็นราคาตั๋วเครื่องบินถูกลงในเร็ววัน” เนื่องจากจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งยังมีจำกัด ทำให้สายการบินยังสามารถรักษาราคาค่าโดยสารไว้ในระดับสูงได้ แม้ต้นทุนน้ำมันจะลดลงแล้วก็ตาม
สำหรับตลาดสหรัฐเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โดยการปรับขึ้นราคาตั๋วยังตามไม่ทันต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นในปีนี้ ขณะที่การเพิ่มจำนวนที่นั่งในเส้นทางภายในประเทศยังมีจำกัด ส่งผลให้สายการบินสามารถนำต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงมาใช้ “ฟื้นฟูอัตรากำไร” แทนที่จะรีบปรับลดราคาตั๋ว
ก่อนหน้านี้ เมื่อราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงขึ้น สายการบินสหรัฐได้พากันปรับขึ้นราคาตั๋ว เพิ่มค่าธรรมเนียมสัมภาระ และลดจำนวนเที่ยวบิน แต่มาตรการดังกล่าวช่วยชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
สายการบิน Alaska Air ระบุว่า สามารถชดเชยต้นทุนได้เพียงประมาณ 1 ใน 3 ขณะที่ Delta Air Lines, United Airlines และ American Airlines ประเมินว่า ชดเชยได้ราว 40-50% ส่วน JetBlue และ Frontier คาดว่าจะชดเชยได้ไม่ถึงครึ่ง
ด้านสกอตต์ เคอร์บี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ United Airlines ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า บริษัทกำลังเข้าใกล้จุดที่สามารถชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นได้ทั้งหมดผ่านการปรับขึ้นราคา โดยกล่าวว่า “เรากำลังอยู่บนเส้นทางที่จะชดเชยต้นทุนได้ 100% ภายในสิ้นปีนี้”
ข้อมูลจาก Raymond James ระบุว่า ค่าโดยสารเฉลี่ยสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศสหรัฐที่จองล่วงหน้าเพียง 1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง ณ วันที่ 8 มิถุนายน สูงกว่าปีก่อนถึง 34.1%
นอกสหรัฐ การปรับลดราคาตั๋วมีแนวโน้มเกิดขึ้นไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงต้องใช้เวลาส่งผ่านไปยังต้นทุนน้ำมันเครื่องบิน และหากราคาน้ำมันเครื่องบินยังไม่กลับลงไปใกล้ระดับต้นปี สายการบินก็มีแนวโน้ม “รักษาราคาตั๋วในระดับเดิม” หรือ “อาจปรับขึ้นเพิ่มเติม” ในตลาดที่มีอุปสงค์แข็งแกร่ง
สำหรับผลประโยชน์ที่สายการบินจะได้รับจากราคาน้ำมันที่ลดลง ขึ้นอยู่กับว่าราคาจะอยู่ในระดับต่ำได้นานเพียงใด เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงสะท้อนการจัดซื้อสะสมในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ราคาสปอตในแต่ละวัน และแม้ราคาจะลดลงล่าสุด แต่ราคาน้ำมันเครื่องบินยังสูงกว่าปีก่อนถึง 54% ตามข้อมูลของสมาคม International Air Transport Association
แอนดรูว์ วอเตอร์สัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Southwest Airlines สะท้อนแรงกดดันดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เมื่อถูกถามว่าสายการบินจะกลับไปมีอัตรากำไรเท่าก่อนโควิด-19 ได้เมื่อใด เขาตอบว่า “เมื่อไหร่น้ำมันจะลงล่ะ?”
นั่นทำให้สายการบินแทบไม่มีแรงจูงใจในการลดราคาตั๋ว ขณะที่กำลังพยายามฟื้นฟูผลประกอบการ
นักวิเคราะห์ของ Jefferies ประเมินว่า หากต้นทุนเชื้อเพลิงในปี 2027 ต่ำกว่าที่คาดไว้ 5% จะช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ Delta, Southwest และ United ได้ราว 10-15% และอาจเพิ่มได้มากถึง 50% สำหรับ American Airlines
สำหรับผู้โดยสาร ราคาตั๋วจะลดลงหรือไม่ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าความต้องการเดินทางของผู้บริโภคยังแข็งแกร่งเพียงใด
“ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก” นักวิเคราะห์กล่าวสรุป
อ้างอิง: reuters


