เงินโบนัสในหลัก 'สิบล้าน' จากยักษ์แชโบล SK Hynix-Samsung สะเทือนถึงแบงก์ชาติเกาหลีใต้ จับตาแรงกดดันเงินเฟ้อ หลังกำลังซื้อพนักงานพุ่งแรง ซ้ำเติมพิษเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน
มีคนทำงานแค่ไม่กี่กลุ่มในโลกนี้ที่ได้รับ "เงินโบนัส" มากเสียจน "ธนาคารกลาง" ของประเทศต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
แต่ใน "เกาหลีใต้" ปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังเกิดขึ้นจริง เมื่อพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้รับโบนัสมูลค่า "หลายล้านวอน" จนทำให้ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซ้ำเติมเงินเฟ้อในปัจจุบันที่สูงขึ้นอยู่แล้วจากสงครามในตะวันออกกลาง
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุในรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ภาวะเงินเฟ้อในปีนี้ได้รับแรงหนุนหลักๆ จากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน "อย่างไรก็ตาม แม้ความขัดแย้งดังกล่าวจะคลี่คลายลง แต่แรงกดดันเงินเฟ้อก็อาจค่อยๆ เพิ่มขึ้นอีก จากภาวะรายได้ที่ดีขึ้นและการขยายตัวของค่าจ้างในวงกว้าง"
สิ่งที่น่าจับตาก็คือ "โบนัสจากผลประกอบการที่อยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งบริษัทไอทีรายใหญ่บางแห่งจ่ายให้พนักงานในช่วงที่ผ่านมา อาจลุกลามไปสู่การปรับขึ้นค่าจ้างในวงกว้าง และกลายเป็นแรงผลักดันเงินเฟ้อในระยะต่อไป"
ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีใต้กำลังเผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายอยู่แล้ว โดยแบงก์ชาติเกาหลีใต้คาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 2.7% สูงกว่าเป้าหมายที่ 2%
สู่ยุคโบนัสหลายร้อยล้านวอน
เสียงเตือนของธนาคารกลางมีขึ้นท่ามกระแสข่าวว่าพนักงานบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ด้านชิปหน่วยความจำอย่าง "เอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) และ "ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์" (Samsung Electronics) กำลังได้รับโบนัสก้อนโตเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
แม้บริษัทจะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ SK Hynix ได้บรรลุข้อตกลงด้านค่าจ้างเมื่อเดือนก.ย. ปีที่แล้ว โดยกำหนดให้กันกำไรจากการดำเนินงาน 10% ไว้สำหรับจ่ายโบนัสแก่พนักงาน
ขณะที่พนักงานของ Samsung ตกลงรับโบนัสพิเศษจากกำไรของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ในสัดส่วน 10.5% หลังจากก่อนหน้านี้เคยขู่ว่าจะนัดหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 18 วันในเดือนพ.ค.
แหล่งข่าวสหภาพแรงงานของบริษัทที่ไม่เปิดเผยชื่อให้ข้อมูลกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า พนักงานในฝ่ายชิปหน่วยความจำรายหนึ่งที่มีเงินเดือนพื้นฐาน 80 ล้านวอนต่อปี (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) มีแนวโน้มได้รับโบนัสรวม 626 ล้านวอน (ประมาณ 13.5 ล้านบาท) ในปีนี้
ส่วนพนักงานของ SK Hynix อาจได้รับโบนัสมากกว่า 700 ล้านวอน (เกือบ 15 ล้านบาท) หากบริษัทสามารถทำกำไรทั้งปีได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 250 ล้านล้านวอน (ราว 5.35 ล้านล้านบาท) ตามการคำนวณของรอยเตอร์ส
อย่างไรก็ดี โบนัสดังกล่าวไม่ได้จ่ายในรูปแบบของเงินสดทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นผลตอบแทนในรูปแบบของ "หุ้น"
ธนาคารกลางเกาหลีใต้มองรื่องนี้ว่า โดยปกติแล้วลำพังแค่โบนัสจะไม่ส่งผลต่อแรงกดดันด้านอุปสงค์มากนัก เนื่องจากไม่ได้เป็นการเพิ่มรายได้ถาวร ทว่าหากเป็น “โบนัสพิเศษ” ที่ขยายตัวในระดับที่ผิดปกติและมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ การเติบโตของค่าจ้างอาจแพร่ขยายไปยังภาคส่วนอื่นๆ และเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั้งฝั่งอุปสงค์และฝั่งต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งโบนัสตามผลประกอบการในภาคไอทีที่จ่ายในช่วงหลัง มีขนาดใหญ่ผิดปกติอย่างมาก จึงไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่ผลกระทบจริงจะสูงกว่าที่คาดไว้” ธนาคารกลางระบุ
ห้างหรูรับอานิสงส์ ยอดขายพุ่ง
ขณะที่ธนาคารกลางกำลังกังวลเรื่องเงินเฟ้อ "ภาคค้าปลีก" หลายแห่งกลับเตรียมพร้อมรับเม็ดเงินก้อนใหญ่จากพนักงานเหล่านี้ โดยข้อมูลจากแบงก์ชาติพบว่า ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในพื้นที่อย่างเมืองซูวอน และในแผนกสินค้าหรูของห้างสรรพสินค้า และแนวโน้มดังกล่าวอาจขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า มีพนักงานจำนวนไม่น้อยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนำโบนัสก้อนโตไปชอปปิงซื้อสินค้าแบรนด์เนมหรู ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องประดับ และนาฬิกาหรู
ธนาคารกลางยังพบว่า ในจังหวัดคยองกี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเซมิคอนดักเตอร์สำคัญของ Samsung และ SK Hynix มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรในปีนี้ขยายตัวสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณใกล้โรงงานผลิตชิปและเขตที่พักอาศัยโดยรอบ
หนังสือพิมพ์โชซอนอิลโบรายงานว่า การบริโภคสินค้าหรูในพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดคยองกีกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยอดขายสินค้าหรูของห้างชินเซเก (Shinsegae) สาขาหนึ่งในจังหวัดคยองกี เพิ่มขึ้น 53.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน นำโดยยอดขายเครื่องประดับหรูพุ่งขึ้น 146.3% และยอดขายนาฬิกาหรูเพิ่มขึ้น 85.3% และดันให้ยอดขายรวมของห้างเติบโต 19% ตามรายงานเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา
ความคาดหวังว่าการใช้จ่ายระดับไฮเอนด์จะเพิ่มขึ้น ยังช่วยหนุนราคาหุ้นของผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของเกาหลีใต้ไปด้วย โดยหุ้นของ Lotte Shopping ธุรกิจค้าปลีกในเครือ Lotte Group พุ่งขึ้นมากกว่า 148% นับตั้งแต่ต้นปี และเพิ่มขึ้นถึง 67% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา
ขณะที่หุ้นของ Hyundai Department Store ปรับตัวขึ้น 120% ตั้งแต่ต้นปี และทะยานขึ้นถึง 113% ในช่วงสามเดือนล่าสุด ส่วนห้าง Shinsegae ทำผลงานโดดเด่นที่สุด ราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 190% นับตั้งแต่ต้นปี
ที่มา: CNBC


