ทางการจีน เริ่มยกระดับการตรวจสอบการส่งออก "อินเดียม" (Indium) แร่หายาก ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data centers) ยุคใหม่ ส่งผลให้กลุ่มผู้ซื้อเริ่มแสดงความกังวลว่าโลหะดังกล่าวอาจเป็นอาวุธทางการค้าของรัฐบาลปักกิ่งในการต่อรองกับชาติตะวันตก
ปัจจุบัน จีน เป็นผู้ผลิตอินเดียมรายใหญ่ของโลก โดยครองสัดส่วนเกือบ 70% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แร่ธาตุชนิดนี้เป็นผลพลอยได้จากการถลุงสังกะสี ซึ่งนอกจากจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหน้าจอแสดงผลและวัสดุบัดกรีแล้ว ยังเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำคัญในการผลิตอินเดียมฟอสไฟด์ (Indium phosphide) ที่ใช้สำหรับผลิตชิปแสงความเร็วสูง (High-speed optical chips) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของศูนย์ข้อมูลเอไอ
แม้ปัจจุบัน แร่อินเดียม จะยังไม่ถูกขึ้นบัญชีควบคุมการส่งออกอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ซื้อจำนวนหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ศุลกากรจีนเริ่มเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการสั่งซื้อมากขึ้น โดยเป็นครั้งแรกในปีนี้ที่ผู้ซื้อจากฝั่งยุโรปถูกทางการจีนเรียกขอข้อมูลเพื่อเปิดเผยตัวตนของผู้ใช้งานปลายทาง (End users) รวมถึงสถานที่ตั้งของฐานการใช้งาน
ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อรายใหญ่ในอเมริกาเหนือระบุว่า ระยะเวลาในการอนุมัติการส่งออกถูกขยายจากเดิมที่ใช้เวลาเพียงวันเดียว เป็นใช้เวลาหลายวัน โดยให้เหตุผลว่าต้องการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดมากขึ้น ซึ่งผู้ซื้อรายนี้อธิบายสถานการณ์ดังกล่าวว่าค่อนข้างตึงเครียด แม้จะยังไม่ถูกเรียกขอข้อมูลเพิ่มเติมก็ตาม
ทั้งนี้ ผู้ซื้อทั้งหมดปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง และกระทรวงพาณิชย์จีน ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้เนื่องจากติดวันหยุดทำกา
รายงานระบุว่า การตรวจสอบสถานะที่เข้มงวดขึ้นยังไม่ได้ถูกบังคับใช้เป็นการทั่วไป ผู้ซื้ออีกสองรายเปิดเผยว่าพวกเขาได้ยินกระแสข่าวเรื่องการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยตัวเอง และจนถึงขณะนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ยังไม่พบรายงานว่ามีสินค้าลอตใดถูกสั่งระงับการส่งออก
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 รัฐบาลปักกิ่งได้นำอินเดียมฟอสไฟด์เข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก (Export control list) ไปแล้ว ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้สร้างอุปสรรคต่อการพัฒนาศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ จนถึงขั้นที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Coherent ผู้ผลิตชิปที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia ต้องร่วมเดินทางไปกรุงปักกิ่งพร้อมกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือโดยตรง
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มสร้างความกังวลในอุตสาหกรรมว่า การดำเนินการของศุลกากรจีนอาจเป็นเพียงสัญญาณเตือนก่อนจะบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น หรือเป็นการใช้ข้อมูลผู้ใช้งานปลายทางเพื่อทำแผนผังห่วงโซ่อุปทานระดับโลกและสร้างจุดสกัดกั้นทางการค้า
นอกจากนี้ อินเดียม(Indium) ยังถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางสำคัญด้านความมั่นคงของสหรัฐ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำนักงานส่งกำลังบำรุงกลาโหมสหรัฐได้ออกประกาศสรรหาผู้จัดหาแร่ดังกล่าวเข้าคลังสำรองในปริมาณสูงถึง 403 ตันภายในระยะเวลา 3 ปี ท่ามกลางความหวาดระแวงของผู้ซื้อในภูมิภาคอเมริกาเหนือที่ตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การจำกัดโควตา หรือการห้ามส่งออกโดยเด็ดขาดในอนาคตอันใกล้ได้
อ้างอิง Reuters


