วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 15-19 มิถุนายน 2569

เงินบาทอ่อนค่ามีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงตลอดสัปดาห์

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

• เงินบาทอ่อนค่ารับโอกาสเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่ ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่แน่นอน

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก และการแข็งค่าของสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายต่อเนื่องท่ามกลางความหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทยอยคลี่คลายลง โดยสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามบันทึก MOU ระหว่างกันผ่านระบบดิจิทัล

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 15-19 มิถุนายน 2569

อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รับผลการประชุมเฟด ทั้งนี้ แม้เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตามที่คาด แต่ Dot plot ใหม่สะท้อนว่า มีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ (ไม่ใช่การลดดอกเบี้ยตาม Dot plot เดิมในเดือนมี.ค.)

ประกอบกับเฟดมีการทบทวนตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อ Core PCE ปี 2569 ขึ้นมาที่ 3.3% (จากเดิมที่มอง 2.7%) ซึ่งสะท้อนว่า เงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายที่ 2%ของเฟดต่อเนื่องไปอีกระยะ

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังเพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ท่ามกลางความไม่แน่นอนในข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังมีรายงานว่า อิสราเอลโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลื่อนการเดินทางไปเข้าร่วมการเจรจากับอิหร่านที่สวิตเซอร์แลนด์ออกไป

• ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.87 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.66 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 มิ.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 15-19 มิ.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยที่ 494 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 1,172 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 13,525 ล้านบาท แต่หักตราสารหนี้หมดอายุ 14,697 ล้านบาท)

• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-26 มิ.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.50-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ค. ของไทย ผลการประชุมกนง. (24 มิ.ย.) ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และอัตราเงินเฟ้อ PCE/Core PCE เดือนพ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองผู้บริโภค รวมถึงข้อมูลเบื้องต้นของ PMI เดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 (Final) และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน และดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

•  ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงตลอดสัปดาห์ หลังจากปิดบวก 7 สัปดาห์ติดต่อกัน

ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงตลอดสัปดาห์ แม้ช่วงต้นสัปดาห์จะมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามแล้วก็ตาม โดยตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันหลัก ๆ จากแรงขายหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะตัว

วมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลง ประกอบกับในระหว่างสัปดาห์เฟดส่งสัญญาณถึงโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ แม้ผลการประชุมเฟดจะออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์ก็ตาม

ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นประกอบกับมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการยกเลิกการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอีกครั้ง

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 15-19 มิถุนายน 2569

• ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,572.50 จุด ลดลง 1.25% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 72,029.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.47% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.86% มาปิดที่ระดับ 219.30 จุด

• สัปดาห์ถัดไป (22-26 มิ.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,560 และ 1,540 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,610 และ 1,625 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (24 มิ.ย.) ตัวเลขส่งออกเดือนพ.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมิ.ย. (เบื้องต้น) ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนพ.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนมิ.ย. ของจีน รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมิ.ย. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ