วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘คาซัคสถาน’ เนื้อหอมแร่หายาก ลุ้นขึ้น ‘อันดับ 3’ ท้าชนอิทธิพลจีน

‘คาซัคสถาน’ กำลังถูกจับตาในฐานะ ‘แหล่งแร่หายากแห่งใหม่’ หลังค้นพบแร่กว่า 20 ล้านตัน ซึ่งหากได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ จะก้าวขึ้นสู่ ‘อันดับ 3 ของโลก’ รองจากจีนและบราซิล สร้างความสนใจจากสหรัฐ ญี่ปุ่น และชาติตะวันตกในขณะนี้

ท่ามกลางการที่จีนครองการผลิตแร่หายากราว 70% ของโลก และควบคุมกำลังการแปรรูปมากกว่า 90% เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า “คาซัคสถาน” กำลังพยายามวางตัวเป็น “ทางเลือกใหม่ของโลก” ในการจัดหาแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับเทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาจีนที่กำลังสร้างความกังวลให้กับหลายประเทศ ตั้งแต่วอชิงตันไปจนถึงโตเกียว

ในการประชุม “Astana Mining & Metallurgy Congress” งานประชุมและนิทรรศการด้านเหมืองแร่และโลหการที่ใหญ่ที่สุดของคาซัคสถานและภูมิภาคเอเชียกลาง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน ได้ดึงดูดทั้งบริษัทเหมืองแร่ นักลงทุน และคณะผู้แทนรัฐบาลจากหลายประเทศ ขณะที่หนึ่งวันก่อนการประชุม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐได้หารือกับตัวแทนจาก 5 ประเทศเอเชียกลางเกี่ยวกับความร่วมมือด้านแร่สำคัญ

เซอร์จิโอ กอร์ ทูตพิเศษของสหรัฐกล่าวต่อที่ประชุมว่า ที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียกลาง “ไม่ได้รับความสนใจจากสหรัฐมากเท่าที่ควร” สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของวอชิงตันในการสร้างแหล่งวัตถุดิบทางเลือกนอกเหนือจากจีน

ย้อนไปเมื่อปีที่ผ่านมา คาซัคสถานประกาศการค้นพบแหล่งแร่หายากขนาดใหญ่ “กว่า 20 ล้านตัน” ที่แหล่ง “Zhana Kazakhstan” ใกล้เมืองคารากันดา

หากตัวเลขดังกล่าวได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ คาซัคสถานจะกลายเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่หายากมาก “เป็นอันดับ 3 ของโลก” รองจากจีนและบราซิล

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า “คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และอุซเบกิสถาน” ต่างมีทรัพยากรแร่สำคัญในระดับสูง โดยเฉพาะคาซัคสถานที่สามารถส่งออกแร่สำคัญได้ถึง 21 รายการ จาก 34 รายการที่สหภาพยุโรปจัดอยู่ในกลุ่มแร่ยุทธศาสตร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าความหวังดังกล่าวอาจยังห่างไกลจากความเป็นจริง โดยคามาล อูบากิรอฟ นักวิเคราะห์ด้านแร่สำคัญในเมืองอัลมาตีระบุว่า อุตสาหกรรมแร่หายากของคาซัคสถานยังอยู่ใน “ช่วงเริ่มต้น” แม้ประเทศจะมีประสบการณ์ด้านเหมืองแร่ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะยูเรเนียม ทองแดง และสังกะสี แต่ยังขาดโรงงานและเทคโนโลยีสำหรับการแยกและแปรรูปแร่หายากในระดับอุตสาหกรรม

เขาอธิบายว่า แร่จำนวนมากที่ถูกค้นพบยังอยู่ในกากแร่จากการทำเหมืองในอดีต หรือยังไม่ได้ผ่านการสำรวจและประเมินปริมาณอย่างละเอียด

“ความท้าทายที่แท้จริง ไม่ใช่การมีแร่ในดิน แต่คือ ‘การแปรรูปและสกัดแร่’ เหล่านั้นออกมาในเชิงพาณิชย์” อูบากิรอฟกล่าว

ปัญหายังซับซ้อนขึ้นอีก เนื่องจากแร่จำนวนมากปะปนอยู่กับกากแร่จากเหมืองยูเรเนียมสมัยสหภาพโซเวียต ซึ่งอาจก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีอย่างธอเรียม ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ความท้าทายยังมีอยู่มาก แต่นักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้ามาจับจองโอกาสแล้ว บริษัท Aluminium of Kazakhstan เตรียมเริ่มผลิต “แกลเลียม” โลหะสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไตรมาส 3 ปี 2026 โดยได้ลงนามข้อตกลงส่งออกให้กับ Mitsubishi Corporation ของญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน นักลงทุนสหรัฐกำลังเดิมพันกับ “ทังสเตน” ผ่านโครงการร่วมทุนระหว่าง Cove Kaz Capital Group และบริษัทเหมืองแห่งชาติของคาซัคสถาน Tau-Ken Samruk ซึ่งมีมูลค่าการพัฒนารวมประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ “ทังสเตน” เป็นโลหะที่มีความแข็งสูงมาก ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกระสุนเจาะเกราะทางทหาร

อ้างอิง: nikkei