วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

'เงินเยน' อ่อนค่าใกล้ต่ำสุดในรอบ 40 ปี วันนี้ทะลุ 161 แล้ว จับตาการแทรกแซงวันนี้

การขู่แทรกแซงค่าเงินของรมว.คลังญี่ปุ่น ยังไม่ช่วยฟื่นค่าเงินเยน จ่ออ่อนค่าหนักสุดในรอบเกือบ 40 ปี นับตั้งแต่ 1986 ขุนคลังเข้มประกาศพร้อมใช้มาตรการแรงขึ้น

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า "ค่าเงินเยน" ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบเกือบ 40 ปีในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้ แม้ว่าทางการญี่ปุ่นจะส่งสัญญาณพร้อมใช้ “มาตรการที่เด็ดขาด” เพื่อปกป้องค่าเงินก็ตาม

ผลจากถ้อยแถลงของซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ค่อยๆ จางหายไปภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เงินเยนยังคงเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวน โดย ณ เวลา 10.52 น. ตามเวลาในไทย เงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 161.30 เยนต่อดอลลาร์ และหากอ่อนค่าทะลุ 161.95 เยนต่อดอลลาร์ จะกลับไปแตะระดับที่เคยเห็นครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธ.ค. ปี 1986

วันหยุดในสหรัฐวันนี้อาจทำให้สภาพคล่องการซื้อขายในตลาดลดลงตลอดช่วงที่เหลือของวัน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเก็งกำไรเข้ากดดันค่าเงินเยนให้อ่อนค่าลงได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน สภาวะดังกล่าวก็อาจเป็นจังหวะให้ทางการญี่ปุ่นเข้าซื้อเงินเยนในตลาด เพื่อสร้างแรงกดดันกลับต่อฝ่ายที่เดิมพันฝั่งอ่อนค่า และพลิกสถานการณ์จากการเทขายให้กลายเป็นการดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

“เราพร้อมใช้มาตรการที่เด็ดขาดเพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวเชิงเก็งกำไรที่รุนแรงเกินไปในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน” คาตายามะกล่าวกับผู้สื่อข่าว

แม้คำว่า “มาตรการที่เด็ดขาด” จะถือเป็นถ้อยคำที่รุนแรงและโดยทั่วไปมักถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงตลาด แต่เมื่อพิจารณาถ้อยแถลงทั้งหมดของคาตายามะในวันศุกร์แล้ว ยังไม่เข้มข้นเท่ากับช่วงปลายเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่ญี่ปุ่นจะเริ่มปฏิบัติการแทรกแซงค่าเงินครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

ในช่วงเวลานั้น รมว.คลัง เคยกล่าวว่า ผู้คนไม่ควรละสายตาจากสมาร์ตโฟนของตนเอง แม้จะกำลังออกไปข้างนอกหรืออยู่ในช่วงวันหยุดก็ตาม

ก่อนการแทรกแซงตลาดเมื่อวันที่ 30 เม.ย. อัตสึชิ มิมูระ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านค่าเงินของญี่ปุ่นยังได้ออก “คำเตือนครั้งสุดท้าย” ก่อนที่ทางการจะเข้าดำเนินการในตลาด ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าการแทรกแซงใกล้จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม มิมูระไม่ได้แสดงความเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับตลาดเงินอีกเลยนับตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.

“ถ้อยแถลงของคาตายามะไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่เราเคยได้ยินมาก่อน และไม่ได้สร้างความรู้สึกว่าการแทรกแซงกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้” โชตะ ริว นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากบริษัทหลักทรัพย์ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นอาจเปลี่ยนยุทธวิธีในครั้งนี้ และเลือกเข้าดำเนินการในตลาดแบบไม่ให้รู้ล่วงหน้ามากนัก

“การที่ตลาดสหรัฐปิดทำการในวันศุกร์ทำให้สภาพคล่องลดลง และอาจขยายขนาดความผันผวนของตลาดได้ หากทางการตัดสินใจเข้าแทรกแซงค่าเงิน” โชโกะ คาริตานิ นักกลยุทธ์จากธนาคารมินาโตะ กล่าว

การอ่อนค่ารอบล่าสุดของเงินเยนเกิดขึ้นพร้อมกับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐในวงกว้าง หลังดอลลาร์พุ่งขึ้นแรงที่สุดในรอบ 3 เดือนเมื่อเทียบรายสองวัน จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

ปัจจัยดังกล่าวกลบผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 แต่ไม่ได้ช่วยหนุนค่าเงินเยนมากนัก

ด้านเรียวโซ ฮิมิโนะ รองผู้ว่าการบีโอเจกล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันศุกร์ว่า อัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ พร้อมระบุว่าธนาคารกลางจะติดตามผลกระทบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดเงินตลอดช่วงเดือนที่สิ้นสุดวันที่ 27 พฤษภาคม โดยใช้เงินรวมเป็นสถิติสูงสุด 11.73 ล้านล้านเยน (เกือบ 2.4 ล้านล้านบาท) เพื่อพยุงค่าเงินเยน

ในการระดมเงินสำหรับปฏิบัติการดังกล่าว ญี่ปุ่นมีแนวโน้มขายสินทรัพย์ต่างประเทศ รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองจากกรุงวอชิงตัน ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเสถียรภาพของตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

คาตายามะ ยังกล่าวด้วยว่า ประเด็นค่าเงินถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ที่ฝรั่งเศสในสัปดาห์นี้ โดยผู้นำทั้ง 7 ประเทศได้ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า พวกเขา “ยืนยันพันธกรณีเดิมของ G7 เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนอีกครั้ง”

 

ที่มา: Bloomberg