วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2569

Login
Login

โกลด์แมน แซคส์ ชี้ ‘ฮอร์มุซ‘ อาจฟื้นแค่ 70% สงครามทำผู้ผลิตใช้เส้นทางอื่น

โกลด์แมนชี้ ‘ฮอร์มุซ’ อาจฟื้นแค่ 70% หลังสหรัฐ-อิหร่านลงนาม เหตุสงครามทำผู้ผลิตใช้เส้นทาง ‘ทางเลือก’ อื่นๆ ประเทศอ่าวมีแผนลดพึ่งพาฮอร์มุซ

บลูมเบิร์กรายงานว่า โกลด์แมนแซกส์คาดการณ์ว่าปริมาณการไหลผ่านน้ำมันในช่องแคปฮอร์มุซจะกลับมาเคลื่อนไหวแค่ 70% ของระดับก่อนเกิดสงคราม เพราะผู้ผลิตในภูมิภาคได้หันไปพึ่งพาเส้นทางทางเลือกอื่นๆ

ด้านนักวิเคราะห์หลายคนรวมทั้ง ยูเลีย เชสต์โคว่า กริกส์บี ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ปริมาณการไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 70% ก่อนสงครามอาจกลายเป็น 100%  โดยสถานการณ์การส่งออกน้ำมันที่ไหลผ่านช่องแคปฮอร์มุซ  อาจจะเพิ่มขึ้นเอีก 13 ล้านบาร์เลลต่อวันจากช่วงก่อนเกิดสงคราม 

นักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขการขนส่งน้ำมันอาจเติบโตขึ้นในช่วงปลายเดือนก.ค. ขณะเดียวกันอาจมีการปรับเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนต.ค. 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) พบว่า ในช่วงก่อนเกิดสงคราม เคยมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันไหลผ่านช่องแคบแห่งนี้สูงถึงประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ตลาดจับตาการขนส่งน้ำมันโลกผ่านช่องแคปฮอร์มุซที่หยุดชะงัก  หลังจากสหรัฐและอิหร่านสามารถลงนามในข้อตกลงเพื่อยุติสงครามชั่คราวและกลับมาเปิดช่องแคปฮอร์มุซอีกครั้ง 

ในช่วงที่เกิดสงคราม ผู้ผลิตในภูมิภาครวมถึงซาอุดีอาราเบีย อาหรับเอมิเรตและอิหร่านให้ไปเพิ่มการขนส่งผ่านช่องทางอื่นเพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้อยู่

ซาอุดีอารามโกเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันที่หันไปใช้ท่อส่งน้ำมันข้ามประเทศผ่านไปทางทะเลแดง ส่วนยูเออีได้หันไปใช้ท่อส่งน้ำมันไปยังท่าเรือฟูไจราซึ่งตั้งอยู่ด้านนอกช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิรักได้เปลี่ยนเส้นทางส่งน้ำมันไปยังท่าเรือเจย์ฮันของตุรกีแทน

โกลด์แมนประเมินว่า ในปัจจุบัน มีปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแบบตรวจจับหรือระบุที่มาได้อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีน้ำมันอีก 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวันจากบริเวณอ่าวโอมาน ซึ่งคาดว่าอาจเชื่อมโยงกับการขนส่งแบบไม่ระบุตัวตนหรือระบบขนส่งลับ 

ในขณะเดียวกัน มีปริมาณน้ำมันรวมกันถึง 7.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่ถูกส่งผ่านทางเลี่ยงต่าง ๆ ได้แก่ ท่าเรือยันบูบริเวณทะเลแดง, ท่าเรือฟูไจราห์ และท่าเรือเจย์ฮัน

นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัญหาเรื่องการขาดแคลนเรือไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมัน เนื่องจากในปัจจุบันมีเรือบรรทุกน้ำมันว่างจอดสแตนบายด์อยู่ในช่องแคบ หรืออยู่ในระยะที่ใช้เวลาเดินเรือไม่เกิน 5 วัน

แผน UAE เลิกพึ่งพา ‘ฮอร์มุซ‘

ในเดือนนี้ ยูเออีเปิดเผยว่ากำลังเดินหน้าแผนการครั้งใหญ่เพื่อยุติการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซโดยสิ้นเชิง ด้วยการขยายท่าเรือฝั่งตะวันออก ได้แก่ ท่าเรือดิบบา, ฟูไจราห์ และคอร์ฟักกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งอ่าวโอมานด้านนอกช่องแคบ 

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะสร้างท่าเรือใหม่อย่างน้อยอีกหนึ่งแห่งบนแนวชายฝั่งเดียวกันนี้ด้วย

“เรากำลังก้าวไปสู่จุดที่เราจะไม่ต้องพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป โดยไม่เกี่ยงว่าช่องแคบนั้นจะเปิดหรือปิด” ธานี อัล เซยูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายการค้าของ UAE กล่าว

“แน่นอนว่าช่องแคบกำลังจะกลับมาเปิดใช้งาน และเราหวังว่าจะเกิดขึ้นโดยเร็ว แต่ถึงอย่างนั้น เราก็จะไม่หยุดแผนการสร้างเส้นทางใหม่นี้”

 ในขณะเดียวกัน คูเวตก็ได้เปิดเผยว่ากำลังมองหาทางเลือกในการส่งออกน้ำมันดิบผ่านระบบท่อส่งน้ำมันเช่นกัน โดย ชีค นาวาฟ อัล-ซาบาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Kuwait Petroleum Corp. บริษัทน้ำมันแห่งชาติของคูเวต กล่าวในงานประชุมว่า กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับซาอุดีอาระเบียและ UAE เพื่อขอขยายระบบท่อส่งน้ำมันของทั้งสองประเทศให้รองรับน้ำมันจากคูเวตด้วย