วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ยัม' ตกลงขายธุรกิจ 'พิซซ่าฮัท' ทั่วโลก ดีลใหญ่ 8.8 หมื่นล้านบาท

Yum Brands บรรลุข้อตกลงขายธุรกิจร้าน 'พิซซ่าฮัท' ทั่วโลกยกเว้นจีน มูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ ให้กองทุนไพรเวทอิควิตี้ LongRange Capital

บริษัท "ยัม แบรนด์ส" (Yum Brands) เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า บริษัทจะขายธุรกิจเครือร้าน "พิซซ่าฮัท" (Pizza Hut) รวมมูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ (ราว 8.8 หมื่นล้านบาท) ผ่านข้อตกลง 2 รายการ ซึ่งสะท้อนทิศทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนของธุรกิจในจีนและตลาดอื่นๆ ทั่วโลก

ธุรกิจ Pizza Hut ในสหรัฐและตลาดต่างประเทศทั้งหมด ยกเว้น "จีนแผ่นดินใหญ่" จะถูกขายให้กับกองทุนไพรเวทอิควิตี้ "ลองเรนจ์ แคปิตอล" (LongRange Capital) ในมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์

ธุรกิจส่วนนี้ครอบคลุมร้านอาหารมากกว่า 15,500 สาขาในกว่า 100 ประเทศ แต่ต้องเผชิญความท้าทายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และการใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือก "อาหารที่ดีต่อสุขภาพ" กันมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (Same-store Sales) ของพิซซ่าฮัทเฉพาะในสหรัฐ ปรับตัวลดลงติดต่อกัน "10 ไตรมาส" แล้ว


ส่วนธุรกิจใน "จีน" ซึ่งมีร้านอยู่ 4,375 สาขา และมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกว่ามาก จะถูกซื้อกิจการโดย Yum China Holdings ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพิซซ่าฮัทในจีนมาอย่างยาวนาน ด้วยมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์
 

“LongRange Capital กำลังเข้าซื้อแบรนด์ระดับโลกซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่ต้องการการปรับกลยุทธ์และการบริหารที่เฉียบคมมากขึ้น ขณะที่การเข้าซื้อของ Yum China จะทำให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีอำนาจควบคุมตลาดสำคัญแห่งนี้ได้มากขึ้น” แซม นอร์ธ นักวิเคราะห์ตลาดจากบริษัท eToro กล่าว

ก่อนหน้านี้ ยัม แบรนด์สเปิดเผยเมื่อปีที่แล้วว่า กำลังพิจารณาทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับพิซซ่าฮัท และได้เริ่มการเจรจาแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ LongRange Capital เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พิซซ่าฮัทถูก PepsiCo ซื้อกิจการไปในปี 1977 ก่อนถูกแยกออกจากบริษัทในปี 1997 พร้อมกับ KFC และ Taco Bell เพื่อก่อตั้งบริษัทที่ต่อมากลายเป็น Yum Brands ในปี 2002 โดยยัมซึ่งจะยังคงถือครอง Taco Bell และ KFC ต่อไป คาดว่าการขายกิจการจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปีนี้ หลังได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

เปิดทางผู้ประกอบการท้องถิ่น

จู ตานเผิง นักวิเคราะห์อิสระด้านอุตสาหกรรมอาหารในจีน กล่าวว่า การเข้าซื้อแบรนด์พิซซ่าฮัทในจีนโดยยัม ไชน่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทต่ออนาคตเชนร้านอาหารแห่งนี้ ในเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีน

“ทั้งการขยายสาขา การเติบโตของรายได้และกำไรต่อร้าน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้า แสดงให้เห็นว่ายัม ไชน่า สามารถเสริมแกร่งความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” 

Yum China ซึ่งแยกตัวออกมาจาก Yum Brands และมีกองทุนไพรเวทอิควิตี้ Primavera Capital และ Ant Group ของ "แจ๊ก หม่า" เป็นผู้สนับสนุนหลัก ได้ลงทุนพัฒนาสินค้าที่ออกแบบเฉพาะสำหรับตลาดจีน เช่น พิซซ่าเห็ดยูนนานผสมทรัฟเฟิลดำ รูปแบบร้านสาขาใหม่ และเมนูราคาย่อมเยาที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่าย

ผลจากกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้พิซซ่าฮัทกลายเป็นแบรนด์ร้านอาหารประเภท Casual Dining ที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดยในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 207 แห่ง และมีแผนขยายจำนวนร้านให้เกิน 6,000 สาขา ภายในปี 2028

ส่วนในปีที่ผ่านมา ยอดขายของพิซซ่าฮัทในจีนเพิ่มขึ้น 4% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้น 19% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 7.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2016

การขายธุรกิจในจีนครั้งนี้ยังสะท้อนแนวโน้มที่กว้างขึ้นของบริษัทสหรัฐ ที่เลือกส่งมอบอำนาจควบคุมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อต้นเดือนนี้ General Mills ก็เพิ่งตกลงขายธุรกิจร้านไอศกรีม Haagen-Dazs ในจีนแผ่นดินใหญ่ให้กับกลุ่มนักลงทุนที่นำโดยเครือร้านชาชื่อดัง Ningji ขณะที่ Starbucks ได้ขายหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจจีนให้กับ Boyu Capital เมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ Yum Brands และ Yum China ยังได้ตกลงจัดทำแรงจูงใจทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของ KFC ในจีน และจะร่วมมือกันขยายธุรกิจ Taco Bell ในจีนแผ่นดินใหญ่ต่อไป

หุ้นของ Yum Brands ซึ่งประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติมมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ด้วยนั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2% ในการซื้อขายวันอังคาร ขณะที่หุ้น Yum China ปรับตัวลดลง 2% ในการซื้อขายที่ฮ่องกงเมื่อวันพุธ