คลังน้ำมันสำรองสหรัฐ ดิ่งต่ำสุดรอบ 43 ปี ร่วงแตะ 340 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1983 เสี่ยงอุปทานตึงตัว ผุดแผนปล่อยกู้น้ำมันดิบสหรัฐ
รอยเตอร์รายงานข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบสำรองในคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ของสหรัฐลดลงเหลือ 340.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983
สถานการณ์นี้ส่งสัญญาณถึง ภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัว ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่สหรัฐ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซพอดี
น้ำมันดิบในคลังสำรองฉุกเฉินของรัฐบาลลดลงไปถึง 8.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ การดึงน้ำมันมาใช้ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่สหรัฐจะปล่อยกู้น้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรล จากคลัง เพื่อช่วยสกัด และลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจนทุบสถิติในรอบหลายปีในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
’สหรัฐ‘ ส่งออกน้ำมันดิบพุ่ง-เพิ่มยอดกลั่น
ปริมาณน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากโรงกลั่นต้องการน้ำมันในปริมาณสูง รวมถึงมีความต้องการส่งออกน้ำมันของอเมริกาเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนส่วนขาดแคลนที่เกิดจากสงครามอิหร่าน
ทั้งนี้ ภาพรวมคลังน้ำมันทั้งหมดของสหรัฐ ซึ่งนับรวมทั้งคลังสินค้าเชิงพาณิชย์ และคลังสำรอง ได้ลดลงไป 79 ล้านบาร์เรล เหลืออยู่ที่ 77.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 หลังจากสงครามปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์
คลังน้ำมันดิบหลักเริ่มวิกฤติ เสี่ยงขาดแคลน
ปริมาณน้ำมันสำรองที่เมืองคูชิง รัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกักเก็บน้ำมันหลัก และเป็นจุดอ้างอิงราคาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐได้ลดลงเหลือ 21.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้จะถึงระดับต่ำสุดที่จะสามารถดำเนินงานตามปกติได้แล้ว สถานการณ์นี้ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนน้ำมัน
ทว่าปริมาณน้ำมันในคลังสำรองครั้งนี้ ดิ่งลงจนต่ำกว่าระดับที่เคยเกิดขึ้นในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งในตอนนั้นเคยทำสถิติต่ำสุดไว้ที่ 346.8 ล้านบาร์เรล
ภายใต้ข้อตกลงการปล่อยกู้น้ำมันสำรองครั้งล่าสุดนี้ บริษัทที่ขอยืมน้ำมันไปจะต้องส่งคืนน้ำมันในปริมาณเท่าเดิม พร้อมทั้งต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเป็นน้ำมันดิบพิเศษอีกจำนวนหนึ่ง โดย กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ระบบนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดน้ำมันได้ โดยที่ประชาชนผู้เสียภาษีในสหรัฐ ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายใดๆ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์
1

