สิงคโปร์เดินหน้าแผนปั้น 'ศูนย์ค่าทองคำระดับโลก' จับมือเจพีมอร์แกน-ดอยช์แบงก์ และธนาคารชั้นนำ เปิดระบบชำระราคา-ส่งมอบทองคำ ปีนี้เตรียมเปิดให้บริการเซฟเก็บทองแบงก์ชาติทั่วโลก
"สิงคโปร์" เตรียมเปิดตัวระบบชำระราคาและส่งมอบทองคำ (gold-clearing system) ภายในปี 2026 นี้ โดยมีธนาคารชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co.) และดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank AG) เข้าร่วม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันให้สิงคโปร์ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาดทองคำโลก
กาน คิม ยอง รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และประธานธนาคารกลางสิงคโปร์ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์จะจัดตั้งระบบชำระราคาและส่งมอบทองคำนอกตลาด (OTC) ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่การซื้อขายระหว่างธนาคารคาดว่าจะเริ่มขยายตัวตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
“เราไม่ได้ต้องการเข้ามาแทนที่ศูนย์กลางการซื้อขายทองคำและแหล่งสภาพคล่องที่มีอยู่เดิม” กานกล่าวในการประชุม Asia-Pacific Precious Metal Conference เมื่อวันจันทร์ “แต่สิงคโปร์สามารถทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือในระบบนิเวศทองคำโลก เชื่อมโยงอุปสงค์ในภูมิภาคเข้ากับสภาพคล่องระดับโลก และสนับสนุนกิจกรรมตลาดในช่วงเวลาการซื้อขายของเอเชีย”
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสิงคโปร์ยิ่งเพิ่มการแข่งขันกับ "ฮ่องกง" ในการชิงบทบาทศูนย์กลางการซื้อขายทองคำของภูมิภาค โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้เร่งเดินหน้ามาตรการต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากความต้องการทองคำที่แข็งแกร่ง ขณะที่ธนาคารจำนวนมากยังคงมองบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำหรับรักษามูลค่าความมั่งคั่ง
สำหรับฮ่องกง ระบบชำระราคาและส่งมอบทองคำส่วนกลางคาดว่าจะพร้อมใช้งานได้ภายในเดือนก.ค. นี้ โดยมีธนาคารจีน 5 แห่ง และธนาคารต่างชาติอีก 6 แห่งเข้าร่วมแล้ว
ส่วนทางด้านสิงคโปร์นั้นมีธนาคาร DBS, OCBC, UOB, ICBC Standard Bank รวมถึง JPMorgan และ Deutsche Bank จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ชำระราคา หลังลงนามบันทึกความเข้าใจกับตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ภายในงานประชุมดังกล่าว
หว่อง ไว เม่ย ฮอง ผู้บริหารระดับสูงประจำสิงคโปร์ของ JPMorgan กล่าวว่า “เมื่อความต้องการลงทุนในทองคำทั่วโลกเพิ่มขึ้น เรามองว่าสิงคโปร์สามารถมีบทบาทเสริมร่วมกับศูนย์กลางการซื้อขายหลักอื่นๆ ผ่านการสนับสนุนสภาพคล่องข้ามเขตเวลา และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้”
ระบบดังกล่าวจะอ้างอิงมาตรฐาน London Good Delivery ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับทองคำแท่งขนาดใหญ่ รวมถึงมาตรฐานการส่งมอบและชำระราคาทองคำแท่งขนาด 1 กิโลกรัม (kilobar) ที่ใช้ในตลาดสำคัญๆ อย่างชิคาโกและเซี่ยงไฮ้
รองนายกฯ สิงคโปร์กล่าวด้วยว่า “ตลาดทองคำจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อสภาพคล่องและโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงกันระหว่างภูมิภาคต่างๆ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระราคาที่แข็งแกร่งและระบบนิเวศตลาดที่พร้อม สิงคโปร์สามารถสนับสนุนตลาดทองคำโลกที่เชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่นตลอดทุกเขตเวลา ตั้งแต่เอเชีย ยุโรป ไปจนถึงทวีปอเมริกา”
นอกจากนี้ แบงก์ชาติสิงคโปร์จะเปิดให้บริการ "ห้องเก็บรักษาทองคำสำหรับธนาคารกลาง" ภายในเดือนต.ค. ปีนี้ และจะเปิดทางให้ธนาคารกลางต่างประเทศสามารถบริหารจัดการการถือครองทองคำผ่านธนาคารที่ได้รับคัดเลือกในสิงคโปร์ได้
การดึงดูดเงินสำรองทองคำจากธนาคารกลางต่างประเทศ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดทองคำภายในสิงคโปร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ และเสริมสถานะของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการซื้อขายระดับโลก
นอกจากนี้ แบงก์ชาติสิงคโปร์ยังเตรียมขยายสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับการลงทุนในโลหะมีค่าทางกายภาพ แก่กองทุนและสำนักงานบริหารความมั่งคั่งของตระกูล (family offices) ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์อีกด้วย
ทั้งนี้ ในช่วงที่รัฐบาลสิงคโปร์เร่งผลักดันภาคธุรกิจทองคำ ธนาคารท้องถิ่นหลายแห่งก็เริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดย DBS ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เตรียมเปิดให้ลูกค้าถือครองทองคำในรูปแบบ "โทเคนดิจิทัล" ได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่ลูกค้าสถาบันและลูกค้ามั่งคั่งของ OCBC สามารถซื้อขายและฝากเก็บทองคำผ่านธนาคารได้แล้วในปัจจุบัน
ที่มา: Bloomberg

