“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” กำลังเข้าใกล้หมุดหมายสำคัญในการถูกพิจารณาปรับสถานะขึ้นสู่กลุ่ม "ตลาดพัฒนาแล้ว" (Developed Market: DM) โดยสถาบันจัดอันดับดัชนีระดับโลกอย่าง MSCI Inc. หลังจากที่ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ทำผลงานพุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 90% ในปีนี้
แม้นักลงทุนส่วนใหญ่จะคาดการณ์ว่า MSCI น่าจะยังคงจัดให้เกาหลีใต้อยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market: EM) ต่อไปก่อนในรอบนี้
ทว่า หลายฝ่ายเชื่อว่าการเลื่อนชั้นสู่ตลาดพัฒนาแล้วเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น ซึ่งการยกระดับนี้จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไหลเข้า และช่วยลดช่องว่างมูลค่าหุ้นที่ต่ำกว่าความเป็นจริง หรือที่เรียกกันว่า "Korea Discount" ได้
ดัชนี Kospi แชมป์โลกปีนี้
หลังจากผ่านพ้นสัปดาห์ที่ตลาดเผชิญความผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ดัชนี Kospi ได้กลายเป็นดัชนีหุ้นรายใหญ่ที่ทำผลงานได้ “ดีที่สุดในโลก” ในปีนี้ ด้วยแรงส่งจากการที่นักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นกลุ่ม AI
แต่อย่างไรก็ตาม แรงซื้อที่ร้อนแรงนี้ก็ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ผันผวนที่สุดในโลกเช่นกัน จนทำให้ต้องมีการเปิดใช้มาตรการสกัดความผันผวนของตลาดอยู่หลายครั้ง อย่างเช่นการหยุดการซื้อขายหรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
จับตาวันตัดสินของ MSCI 23 มิ.ย.69 นี้
สายตาของนักลงทุนทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่การประกาศผลการทบทวน และจัดจำแนกประเภทตลาดประจำปีของ MSCI ในวันที่ 23 มิ.ย.69 นี้ ซึ่งจะเป็นวันชี้ชะตาว่าเกาหลีใต้จะได้เข้าไปอยู่ในรายชื่อประเทศที่รอการพิจารณาปรับสถานะ หรือ “Watchlist” หรือไม่ ซึ่งนับเป็นก้าวแรกก่อนจะมีการยกระดับจริง
จากการสัมภาษณ์นักลงทุน และนักกลยุทธ์จำนวน 15 รายโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ส่วนใหญ่คาดว่า MSCI จะยังคงให้เกาหลีใต้อยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ต่อไปก่อน เนื่องจากมาตรการปฏิรูปตลาดที่เพิ่งประกาศใช้ยังจำเป็นต้องใช้เวลาพิสูจน์ความยั่งยืน
3 หมื่นล้านดอลลาร์ จ่อไหลเข้าตลาดเกาหลีใต้
หากเกาหลีใต้ได้รับการยกระดับสู่ตลาดพัฒนาแล้ว ประโยชน์ที่ได้รับจะเป็นรูปธรรมอย่างมาก โดย BNP Paribas Securities ประเมินว่าจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้าประเทศได้สูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ จากกองทุนรวมที่อิงดัชนีที่ต้องปรับพอร์ต และจะช่วยปรับเปลี่ยนภาพจำของเกาหลีใต้จาก "ตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตสูง" ไปสู่ "แกนหลักของตลาดพัฒนาแล้วที่เป็นเสาหลักของห่วงโซ่อุปทานเชิงกลยุทธ์"
นอกจากนี้ การเลื่อนชั้นจะช่วยแก้ปัญหาเงินทุนไหลออกสะสม หลังจากที่ปีนี้ต่างชาติเทขายหุ้นเกาหลีใต้ทุบสถิติกว่า 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เนื่องจากกองทุนต่างชาติชนเพดานสัดส่วนการถือครองหุ้นเดี่ยวอย่าง Samsung และ SK Hynix ที่ราคาพุ่งแรงเกินไป ซึ่งหากได้อยู่กลุ่ม DM เพดานการลงทุนนี้จะขยายขึ้น
รวมทั้งช่วยดึงดูดนักลงทุนสถาบันระยะยาวที่เน้นเรื่องธรรมาภิบาล และความยั่งยืน เข้ามาช่วยสร้างเสถียรภาพ และลดความผันผวนให้กับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้ในระยะยาว
เชตัน เซธ นักกลยุทธ์หุ้นเอเชียจาก Nomura Holdings Inc. ในสิงคโปร์ ชี้ว่าการที่ประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจสูงขนาดนี้จะย้ายประเภทตลาด ถือเป็นเรื่องที่ "ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน" เพราะปัจจุบันเกาหลีใต้มีสัดส่วนน้ำหนักสูงถึง 23% ในดัชนี MSCI Emerging Markets
2 อุปสรรคใหญ่เกาหลีใต้
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้ติดหล่มอยู่หลายปีคือ "ข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดของนักลงทุนต่างชาติ" โดย MSCI เคยถอดเกาหลีใต้ออกจากรายชื่อ Watchlist เมื่อปี 2014 เนื่องจากข้อจำกัดในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ รวมถึงปัญหายืดเยื้อเรื่องภาระในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเกาหลีใต้ได้เริ่มกลับมาอนุญาตให้ทำ Short Selling อีกครั้ง และกำลังเตรียมขยายเวลาทำการซื้อขายเงินวอนในเดือนก.ค.นี้ ซึ่งเป็นสองมาตรการที่นักลงทุนระดับโลกเรียกร้องมานาน
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ยังได้ยกให้การปฏิรูปตลาดทุนเป็นนโยบายเร่งด่วนระดับชาติ ซึ่ง ยี่ ปิง เหลียว ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก Templeton Global Investments ระบุว่า "โอกาสที่จะได้เข้าสู่ดัชนี DM มีสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพียงเพราะรัฐบาลชุดนี้ผลักดันให้เรื่องนี้เป็นนโยบายหลัก"
อ้างอิง Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


