สรุป 8 ประเด็นสำคัญ SpaceX เปิดตัว IPO เปิดเทรดวันแรก ทำนิวไฮ 176.52 ดอลลาร์ มูลค่าทะลุ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ ‘รายย่อย’ เทรดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันมัสก์เป็น Trillionaire คนแรกของโลก
หุ้นของบริษัท SpaceX ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 19% ในการซื้อขายวันแรกที่ตลาด Nasdaq เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากเสร็จสิ้นการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับประมาณ 161 ดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ และยังคงแรงดีไม่มีตกในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ซึ่งดันมูลค่าตลาดเพิ่มอีกราว 1 แสนล้านดอลลาร์
อีลอน มัสก์ และ กวินน์ ช็อตเวลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ SpaceX ได้ร่วมกันสั่นกระดิ่งเปิดตลาดในวันศุกร์ โดยมัสก์อยู่ที่รัฐเท็กซัส ส่วนช็อตเวลล์อยู่ที่ตลาด Nasdaq นครนิวยอร์ก
วันนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” สรุป 8 ประเด็นสำคัญ หลังจจากหุ้น SPCX ปิดตลาดวันแรกสู่บริษัทหุ้นที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับที่ 6 ในสหรัฐอเมริกา พร้อมจับตาความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นในวันต่อไป
SPCX เปิดเทรดวันแรก ทำนิวไฮ 176.52 ดอลลาร์
ราคาหุ้น SpaceX เริ่มเปิดตลาดที่ 150 ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้รหัสซื้อขาย "SPCX" หลังจากที่บริษัทสามารถระดมทุนจากการทำ IPO ได้สูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในระหว่างวันราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นไปสูงสุดที่ 176.52 ดอลลาร์สหรั
ไม่กี่ชั่วโมงหลังการเปิดตัวในตลาด Nasdaq หุ้น SpaceX บันทึกปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นมหาศาล โดย ณ เวลาประมาณ 14:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ในวันศุกร์ มีการซื้อขายหุ้นไปแล้วกว่า 360 ล้านหุ้น ซึ่งมากกว่าปริมาณการซื้อขายในวันแรกของบริษัท Cerebras หุ้น IPO ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของปีนี้ถึง 10 เท่า
ยิ่งไปกว่านั้น มีปริมาณการซื้อขายเปลี่ยนมือรวมกันมากกว่า 500 ล้านหุ้น หากนับเฉพาะบนกระดาน Nasdaq เพียงแห่งเดียว วอลุ่มของ SpaceX มีมากกว่า 172 ล้านหุ้น ซึ่งสูงกว่าหุ้นของ Nokia ที่มีการซื้อขายมากเป็นอันดับสองของตลาดถึงสองเท่า และกำลังไล่ตามสถิติตลอดกาลของ Facebook ที่ทำไว้ 580 ล้านหุ้นในปี 2012
แผนระดมทุนในอนาคต
มัสก์ ได้เปิดเผยผ่านการถ่ายทอดสดของ JPMorgan Chase ก่อนการทำ IPO ว่า SpaceX มีกระแสเงินสดเป็นบวกมาตั้งแต่ช่วงปี 2015 และการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนรองรับ "เฟสการเติบโตครั้งสำคัญ" เช่น แผนการส่งดาวเทียมสื่อสารมากกว่า 100,000 ดวงขึ้นสู่วงโคจร และการสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Centers) ในอวกาศ
แม้จะมีแผนการเติบโตที่ยิ่งใหญ่ แต่ข้อมูลในหนังสือชี้ชวน เผยว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2002 SpaceX มีผลขาดทุนสะสมรวมกันแล้วสูงถึง 4.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม กระแสความร้อนแรงของ SpaceX ได้ส่งผลบวกต่อหุ้นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของเขาด้วย โดยหุ้น Tesla ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% ปิดที่ 406.43 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ ดันมูลค่าตลาดของ Tesla ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
‘รายย่อย’ เทรดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
บริษัทหลักทรัพย์ Citadel Securities ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งรายย่อยรายใหญ่ที่สุด เปิดเผยว่า การเข้าตลาดของ SpaceX ในครั้งนี้สามารถดึงดูดคำสั่งซื้อในการประมูล IPO จากกลุ่มนักลงทุนรายย่อยได้สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ขณะเดียวกันข้อมูลจาก VandaTrack ระบุว่า SpaceX กลายเป็นหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อสุทธิมากที่สุดในวันศุกร์ โดยมียอดซื้อสุทธิสูงกว่าบริษัท Nvidia ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 2 ถึง 3.5 เท่า
รายย่อยลงเงินทุนมหาศาล ทุบทุกสถิติในรอบ 6 ปี
ยอดซื้อขายหุ้น SPCX ของนักลงทุนรายย่อยพุ่งสูงถึง 453 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 4% ของยอดซื้อขายหุ้นรายตัวของนักลงทุนรายย่อยทั้งหมดในวันนั้น
พลังการซื้อตั้งแต่วันแรกนี้ส่งผลให้ SpaceX ทุบสถิติเดิมของ Coinbase (COIN) ที่เคยทำยอดซื้อสุทธิจากรายย่อยไว้ที่ 92 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2021 รวมทั้งทำลายสถิติการเปิดตัว IPO ครั้งใหญ่ๆ ทั้งหมดในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาลงอย่างราบคาบตามข้อมูลของ VandaTrack
SpaceX ขึ้นแท่นมูลค่าบริษัทสูงสุดอันดับ 6
ปัจจุบัน SpaceX ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในสหรัฐ และเข้าสู่ทำเนียบบริษัทที่มีมูลค่าเกินล้านล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการ
ทว่าสถานะทางการเงินกลับบ่งชี้ว่า บริษัทผลิตจรวดแห่งนี้อาจยังไม่สมควรอยู่ในกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากปีที่แล้วบริษัททำรายได้ไปได้ 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าบริษัทที่เล็กที่สุดลำดับถัดไปในกลุ่มนี้อย่าง Micron ที่ทำรายได้กว่า 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา
นอกจากนี้ SpaceX ยังขาดทุนหนักถึง 4.9 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ในขณะที่บริษัทอื่นในกลุ่มล้วนมีกำไร โดย Tesla ทำกำไรได้น้อยที่สุดในกลุ่มที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์
แบงก์คว้าค่าธรรมเนียมก้อนโต
การทำ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ของ SpaceX ในครั้งนี้ สร้างรายได้มหาศาลให้แก่กลุ่มธนาคารที่เป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น โดยได้รับค่าธรรมเนียมรวมกันสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นำโดย Goldman Sachs และ Morgan Stanley ที่ได้รับส่วนแบ่งรายละประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย Bank of America, Citigroup และ JPMorgan Chase ที่ได้รับไปรายละประมาณ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรายได้ค่าธรรมเนียมของ 5 ธนาคารยักษ์ใหญ่นี้ รวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 85% ของค่าธรรมเนียมทั้งหมดในดีลนี้
Trillionaire คนแรกของโลก
จากมูลค่าหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นทั้งใน SpaceX และ Tesla ทำให้อีลอน มัสก์ กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์ (Trillionaire) คนแรกของโลก
ในอดีตเขาเริ่มก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาในฐานะผู้ผลิตจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่ในปัจจุบัน ส่วนธุรกิจเดียวที่สามารถทำกำไรได้คือ Starlink ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
ยิ่งไปกว่านั้น SpaceX ยังได้เข้าซื้อกิจการ xAI ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปด้าน AI ของมัสก์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้ SpaceX ได้รับสิทธิ์ในศูนย์ข้อมูล, โมเดล Grok AI, แชตบอตและระบบสร้างภาพ รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X (หรือ Twitter เดิม) เข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารด้วย
นักลงทุนเตรียมเบนเข็ม OpenAI และ Anthropic
กิล ลูเรีย นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน DA Davidson กล่าวกับสำนักข่าว CNBC ว่า หลังจาก SpaceX ประสบความสำเร็จในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ความสนใจของนักลงทุนจะหันไปที่แนวโน้มการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัทปัญญาประดิษฐ์ยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ Anthropic ทันที เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีศักยภาพในการเติบโตในระดับสูงและถือเป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีแห่งอนาคตเช่นเดียวกับ SpaceX

