รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่สำรวจความเป็นไปได้ในการทำเหมืองแร่หายาก (Rare earths) และแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ ในกรีนแลนด์ช่วงฤดูร้อนนี้
รัฐบาลญี่ปุ่น เตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่สำรวจความเป็นไปได้ในการทำเหมือง แร่หายาก (Rare earths) และแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ ในกรีนแลนด์ช่วงฤดูร้อนนี้ เพื่อปูทางและสนับสนุนภาคเอกชนในประเทศให้เข้าไปลงทุน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่เพิ่งบังคับใช้มาตรการจำกัดการส่งออก ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐ
สำนักข่าวนิกเคอิ (Nikkei) รายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังเร่งเดินหน้าแผนกระจายแหล่งจัดหาแร่หายากอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันจีนครองสัดส่วนการผลิตแร่ชนิดนี้ถึง 70% ของโลก
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ทีมงานร่วมภาครัฐและเอกชนของญี่ปุ่นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองแร่เฟลด์สปาร์ (Feldspar) ในกรีนแลนด์ และได้ข้อสรุปว่าการทำเหมืองสามารถดำเนินการได้แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ล่าสุด รัฐบาลเตรียมส่งทีมนักธรณีวิทยาจากองค์การความมั่นคงด้านโลหะและพลังงานแห่งประเทศญี่ปุ่น (JOGMEC) ลงพื้นที่เพื่อสานต่อแผนงานดังกล่าว
ทีมนักวิทยาศาสตร์ชุดนี้ จะเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่นในกรุงนุก พร้อมเยี่ยมชมเหมืองที่กำลังเตรียมการขุดเจาะ เพื่อประเมินปริมาณแหล่งแร่และต้นทุนการทำเหมือง โดยทางการญี่ปุ่นคาดว่า พื้นที่ดังกล่าวจะอุดมไปด้วยแร่สำคัญอย่าง ดิสโพรเซียม (Dysprosium) ที่ใช้ในมอเตอร์ไฟฟ้า แกรไฟต์ (Graphite) สำหรับผลิตแบตเตอรี่ ไปจนถึง แทนทาลัม (Tantalum) และไนโอเบียม (Niobium) ซึ่งล้วนเป็นวัสดุสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor)
ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) ระบุว่า กรีนแลนด์ มีปริมาณแร่หายากประเมินไว้ราว 1.5 ล้านตัน ถือว่าสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก ศักยภาพมหาศาลนี้ดึงดูดความสนใจอย่างมากจนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เคยแสดงความสนใจที่จะเข้าซื้อดินแดนแห่งนี้มาแล้ว นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ยังส่งผลให้การขุดเจาะแร่ในอนาคตทำได้ง่ายขึ้นด้วย
ปัจจุบัน การทำเหมืองแร่หายากในกรีนแลนด์ยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีบริษัทจากสหรัฐและยุโรปที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อม ซึ่งบริษัทของญี่ปุ่นอาจใช้วิธีจับมือกับพันธมิตรต่างชาติเพื่อเข้าร่วมพัฒนาโครงการเหล่านี้
การขนส่งแร่หายากที่ขุดได้จากขั้วโลกกลับประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับญี่ปุ่น เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงวางแผนที่จะสร้างห่วงโซ่อุปทานร่วมกับประเทศพันธมิตร เช่น การจัดตั้งโรงกลั่นภายในพื้นที่สหภาพยุโรป
อย่างไรก็ดี แนวโน้มความร่วมมือดูจะเปิดกว้างและเป็นบวก เมื่อรัฐบาลกรีนแลนด์แสดงท่าทีพร้อมต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ โดย เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ได้ให้สัมภาษณ์เน้นย้ำว่า กรีนแลนด์ขอเชิญชวนญี่ปุ่น สหรัฐ และอียู ให้เข้ามาร่วมพัฒนาทรัพยากร พร้อมส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า ประเทศต่างๆ ที่ต้องการลดการพึ่งพาแร่จากจีน ควรหันมาจับมือเป็นพันธมิตรกับกรีนแลนด์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรในระยะยาวอย่างยั่งยืน
อ้างอิง Nikkei Asia


