ฝ่าวิกฤติหวุดหวิด! กองทุนมั่งคั่งอินโดฯ "ดานันทารา" ระดมทุนจากตลาดโลกได้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ฝ่าบททดสอบสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่ออินโดนีเซีย หลังสถานการณ์ย่ำแย่หนักจนแบงก์ชาติต้องขึ้นดอกเบี้ยฉุกเฉินในสัปดาห์ที่แล้ว
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย "ดานันตารา" (Danantara) สามารถระดมทุนได้ 1,500 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 5 หมื่นล้านบาท) จากการเสนอขายพันธบัตรสกุลดอลลาร์ในตลาดโลกเป็นครั้งแรก
ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ซึ่งกำลังพยายามฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนหลังจากสินทรัพย์อินโดนีเซียเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินตกต่ำ จนต้องมีการขึ้นดอกเบี้ยฉุกเฉินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า การออกพันธบัตรครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ พันธบัตรอายุ 5 ปี และ 10 ปี โดยแต่ละชุดมีมูลค่า 750 ล้านดอลลาร์ พันธบัตรอายุ 5 ปี กำหนดอัตราผลตอบแทนที่ 5.35% ซึ่งสอดคล้องกับอัตราเฉลี่ยของพันธบัตรรัฐวิสาหกิจอินโดนีเซียรายอื่นๆ และดัชนีอ้างอิงในภูมิภาค ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก
ข้อมูลจากนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้พบว่า พันธบัตรทั้งสองชุดปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ในเอเชีย
นักลงทุนมองว่าการออกพันธบัตรครั้งนี้เป็น "บททดสอบความเชื่อมั่น" ที่มีต่อประเทศอินโดนีเซีย หลังจากเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียไปแล้วหลายพันล้านดอลลาร์ในปีนี้ และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือหลายแห่งต่างก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนด้านนโยบายของรัฐบาล
ในสัปดาห์นี้ รัฐบาลจาการ์ตาได้เพิ่มความพยายามสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติและรักษาเสถียรภาพของตลาด ขณะที่ค่าเงินรูเปียห์ก็เริ่มฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในช่วงที่ผ่านมา หลังผู้กำหนดนโยบายเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงิน พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการรักษาวินัยทางการคลัง
ค่าเงินรูเปียห์ปิดตลาดรอบสัปดาห์นี้ด้วยการแข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2025 ภายหลังจากที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียสร้างความประหลาดใจด้วยการ "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉิน" นอกรอบการประชุมคณาะกรรมการนโยบายการเงินตามปกติ ส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นไปเกือบแตะ 18,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียก็กลับมาปิดตลาดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์เช่นกัน
ขณะเดียวกัน การระดมทุนได้เกือบ 5 หมื่นล้านบาทในครั้งนี้ ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญของกองทุนดานันตาราด้วย ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียภายใต้การนำของปราโบโว โดยพันธบัตรทั้งสองชุดสามารถกำหนดอัตราผลตอบแทนได้ต่ำกว่ากรอบเบื้องต้นที่เสนอแก่นักลงทุนราว 35 จุดพื้นฐาน (Basis Points) สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการซื้อที่ยังคงมีอยู่
ลักษมานัน อาร์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับของบริษัท CreditSights กล่าวว่า "ระดับราคาสุดท้ายออกมาดีกว่าที่เราคาดไว้มาก"
อย่างไรก็ตาม เขาระบุด้วยว่าแม้การกำหนดราคาจะออกมาดี แต่ความต้องการซื้อไม่ได้โดดเด่นมากนัก โดยยอดจองซื้อสูงกว่ามูลค่าที่เสนอขายไม่ถึง 2 เท่าสำหรับทั้งสองชุด ต่างจากพันธบัตรเอเชียหลายรายการในปีนี้และปีก่อนที่มียอดจองซื้อสูงกว่า 3 เท่า
ในช่วงเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณว่านักลงทุน "ระมัดระวังมากขึ้น" ต่อพันธบัตรสกุลดอลลาร์ของอินโดนีเซีย โดยสเปรดส่วนต่างผลตอบแทนของพันธบัตรประเภทดังกล่าวขยายตัวขึ้น 20 จุดพื้นฐาน ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นเพียง 1 จุดพื้นฐานของพันธบัตรสกุลดอลลาร์เกรดการลงทุนในตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ของเอเชีย
ก่อนหน้านี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้ง Fitch Ratings และ Moody’s Corp. ได้ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของอินโดนีเซียเป็น "เชิงลบ" (Negative) ในปีนี้ โดยให้เหตุผลเรื่องความไม่แน่นอนด้านนโยบายและความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล
นักลงทุนยังจับตาแผนของประธานาธิบดีปราโบโวในการขยายอำนาจของกองทุนดานันทาราในการบริหารสินทรัพย์ของรัฐ และการรวมศูนย์การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญของประเทศ
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ดานันทารากำลังพิจารณาจะออกพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นด้วย แต่คาดว่าจะเสนออัตราดอกเบี้ยคูปองต่ำกว่าระดับตลาด ทำให้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับพันธบัตรกู้ชาติ "Patriot Bonds" ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด และสร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนรายใหญ่และเจ้าของธุรกิจที่มีฐานะมั่งคั่งในอินโดนีเซียอยู่ไม่น้อย

