ECB ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ส่งสัญญาณกังวลเงินเฟ้อรุนแรงกว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 4
ในวันนี้ (11 มิ.ย. 69) ที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติ "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย" เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี โดยระบุว่าไม่สามารถรอให้สงครามอิหร่านคลี่คลายได้อีกต่อไป ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.25% สู่ระดับ 2.25% สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนคาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลาดยังมองว่ามีโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. นี้
ECB ย้ำว่าจะไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับแนวทางนโยบายการเงิน แต่ระบุว่ายังคงมีความพร้อมในการรับมือกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
“แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน โดยมีความเสี่ยงด้านขาขึ้นต่อเงินเฟ้อ และความเสี่ยงด้านขาลงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ” แถลงการณ์ของ ECB ระบุ
“ผลกระทบทั้งหมดของสงครามต่อเงินเฟ้อและการเติบโตในระยะกลาง จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของแรงกระแทกราคาพลังงาน ตลอดจนขนาดของผลกระทบทางอ้อมและผลกระทบเงินเฟ้อรอบสอง”
ภายหลังการประกาศขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปีของแบงก์ชาติยูโรโซน ตลาดพันธบัตรยุโรปยังคงอยู่ในแดนบวกโดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ลดลงเล็กน้อย 3 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 3.05% ขณะที่ค่าเงินยูโรทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1538 ดอลลาร์ต่อยูโร
การปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางนโยบายการเงินครั้งแรกของธนาคารกลางรายใหญ่ระดับโลกอย่าง ECB ต่อการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
หลังสงครามดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 4 เจ้าหน้าที่ในกลุ่มประเทศยูโรโซนเริ่มกังวลว่า แรงกดดันเงินเฟ้อกำลังขยายวงกว้างเกินกว่าหมวดพลังงาน และอาจไม่สามารถคลี่คลายลงได้ง่ายๆ แม้ว่าสหรัฐและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ในเร็ววัน
ความกังวลดังกล่าวสะท้อนอยู่ใน "ประมาณการเศรษฐกิจรายไตรมาสฉบับใหม่" ของกลุ่มประเทศยูโรโซน ซึ่งคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ในปีนี้ ก่อนจะค่อยๆ ชะลอลงสู่เป้าหมาย 2% ในปี 2028
ประมาณการดังกล่าวยังสะท้อนความท้าทายของ ECB เนื่องจากแนวโน้มใหม่ชี้ให้เห็นว่า "การเติบโตทางเศรษฐกิจจะอ่อนแอลง" จากผลกระทบของ "เงินเฟ้อ" และ "ต้นทุนการกู้ยืม" ที่สูงขึ้น ซึ่งบั่นทอนกำลังซื้อ
ก่อนหน้านี้ ECB เคยเข้าใกล้การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยมาแล้วในการประชุมเดือนเม.ย. และแม้แต่กรรมการนโยบายการเงินที่มีจุดยืนในสายผ่อนคลายทางการเงิน หรือสายพิราบมากที่สุดบางคน ก็ยังส่งสัญญาณก่อนการประชุมสัปดาห์นี้ว่า แทบไม่มีทางเลือกอื่นแล้วในสถานการณ์ปัจจุบัน

