ราคาน้ำมันดิบดีดตัวสูงขึ้นวันนี้ ขณะที่ดัชนีตลาดซื้อขายหุ้นล่วงหน้าของสหรัฐ ปรับตัวลดลง หลังจากกองทัพอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อคืน หวั่นเจรจาล่ม
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบดีดตัวสูงขึ้นวันพฤหัสบดีนี้ (11 มิ.ย.69) ขณะที่ดัชนีตลาดซื้อขายหุ้นล่วงหน้าของสหรัฐ ปรับตัวลดลง หลังจากกองทัพอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อคืน ซึ่งซ้ำเติมความตึงเครียดต่อข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบาง และเสี่ยงที่จะทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อจนสั่นคลอนตลาดโลก
ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) พุ่งขึ้นถึง 2.7% ไปแตะที่ 92.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากกองทัพสหรัฐแถลงว่าได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันพุธ ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ส ร่วงลง 0.3% และสัญญาซื้อขายดัชนี Nasdaq 100 ปรับลดลง 0.5% ซ้ำเติมการดิ่งลงของดัชนีหลักทั้งสองในตลาดหุ้นสหรัฐช่วงก่อนหน้า ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มเปิดตลาดในแดนลบเช่นกัน
- สหรัฐโจมตีอิหร่านต่อเนื่องวันที่สอง
การโจมตีระลอกล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นในเย็นวันพุธตามเวลาสหรัฐหรือเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย ตอกย้ำถึงความอดทนที่เริ่มหมดลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อความพยายามเจรจาสันติภาพที่ชะงักงันมานานหลายเดือน และยังสะท้อนให้เห็นว่าข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายนได้พังทลายลงโดยสิ้นเชิง แม้ว่าจะยังไม่มีการกลับไปใช้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดขนาดย่อยยับเหมือนในช่วงเริ่มแรกของความขัดแย้งก็ตาม
"เรากำลังจะโจมตีพวกเขา โจมตีอย่างหนักหน่วงมาก" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ ก่อนที่จะมีการประกาศการโจมตีระลอกล่าสุด "เมื่อวานเราถล่มพวกเขาอย่างหนัก และวันนี้เราก็จะถล่มพวกเขาอย่างหนักอีกครั้ง"
ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำกำไรได้มากที่สุดในปีนี้ ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่สองเมื่อวันพุธ โดยหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia Corp ร่วงลง 3.7%, Broadcom Inc ร่วงแรง 5.1% ขณะที่ Super Micro Computer ทรุดหนักถึง 28% หลังจากเปิดเผยแผนการระดมทุนในตลาดทุนมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ ด้านหุ้น Oracle Corp ขยับลดลงในช่วงการซื้อขายหลังปิดตลาด หลังรายงานค่าใช้จ่ายการลงทุนรายไตรมาสที่สูงเกินกว่าคาดการณ์
สถานการณ์ที่ร้อนแรงขึ้นในตะวันออกกลางบดบังข่าวดีเรื่องตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งเดิมทีน่าจะช่วยให้ความกังวลของนักลงทุนคลี่คลายลง ทว่าตลาดหุ้นยังคงเผชิญแรงกดดันเนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทำให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้เกิดการเทขายทำกำไรและหมุนเวียนเงินทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดมาเกือบตลอดทั้งปี
"นักลงทุนยังคงตื่นตระหนกแม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตไว้ก็ตาม" คริส บิวแชมป์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจาก IG กล่าว "ตอนนี้มันกลายเป็นสถานการณ์ 'เข็ดขยาดจนหวาดระแวง' ไม่มีใครกล้าเสี่ยงเข้าไปช้อนซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาปรับฐานลง ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอาจจะค่อยๆ ซึมลึกลงไปอีกระยะหนึ่ง แต่แนวโน้มหลักในภาพรวมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง"
- ทองคำร่วงแรง
ในตลาดสินทรัพย์อื่นๆ ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องในวันพฤหัสบดี(11 มิ.ย.69) หลังจากดิ่งลงไปแล้ว 4.4% ในขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างทรงตัว
ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนเมษายน ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 0.3%
ด้านผู้ค้าในตลาดพันธบัตรยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ปรับลดลงในช่วงแรกหลังจากทราบตัวเลขเงินเฟ้อในวันพุธ แต่กลับมาดีดตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในเวลาต่อมา ขณะที่ตลาดสวอปอัตราดอกเบี้ยสะท้อนว่านักเทรดยังคงให้น้ำหนักเต็มที่กับการขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม
"เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการลดดอกเบี้ยนั้นถูกปัดตกไป และแม้จะมีการพูดถึงแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ย แต่เราเชื่อว่าเฟดไม่น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม" สกายเลอร์ ไวนันด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Regan Capital ระบุ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเตรียมรับมือกับระลอกการออกหุ้นใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยบริษัทต่างๆ กำลังเร่งระดมทุนจำนวนมหาศาลเพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสร้างความกังวลว่าความต้องการซื้อของตลาดจะสามารถรองรับปริมาณหุ้นที่ล้นทะลักออกมาได้หรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าพื้นฐานของหุ้นอย่างไร
สำหรับความคืบหน้าการเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX แหล่งข่าวระบุว่ามียอดจองซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายถึงกว่า 4 เท่า โดยบริษัทเตรียมขายหุ้นจำนวน 555.6 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 135 ดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้ระดมทุนได้ราว 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งไปแตะระดับเกือบ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์
ในฝั่งเอเชีย ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงว่า นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และคาดว่าจะพลาดการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงคาดหวังว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 โดยมองว่าการขาดประชุมของนายอุเอดะจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจน้อยมาก หลังจากคณะกรรมการ BOJ หลายคนส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยนับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อน
- สรุปไฮไลต์ข่าวกองทุนและบริษัท
Super Micro Computer Inc มูลค่าหุ้นดิ่งลงหลังจากบริษัทประกาศแผนระดมทุนมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ผ่านการเสนอขายหุ้นชุดใหม่ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในระบบการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ที่เพิ่มขึ้น
หุ้นของบริษัทขนส่งทางรถยนต์รายใหญ่หลายแห่งทรุดตัวลงอย่างรุนแรงหลังจาก Amazon.com Inc ประกาศขยายบริการจัดส่งสินค้าของตนเอง ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนให้กับภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล
JPMorgan Chase & Co, Barclays Plc และ Fifth Third Bancorp ชนะคดีและได้รับการยกฟ้องในคดีฉ้อโกงที่ยื่นฟ้องโดยผู้ถือตั๋วเงินที่ออกโดย Tricolor Holdings ซึ่งเป็นบริษัทปล่อยสินเชื่อรถยนต์ซับไพรม์ที่ประสบภาวะล้มละลาย
- สรุปความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาด
ตลาดหุ้น
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&P 500 ลดลง 0.3% ณ เวลา 07:25 น. ตามเวลาโตเกียว
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Hang Seng เพิ่มขึ้น 0.1%
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P/ASX 200 ลดลง 0.8%
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ดัชนี Bloomberg Dollar Spot เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
ค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.1530 ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินเยนทรงตัวที่ 160.53 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินหยวนนอกประเทศ (Offshore Yuan) ทรงตัวที่ 6.7823 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ลดลง 0.1% อยู่ที่ 0.6991 ดอลลาร์สหรัฐ
ตลาดสกุลเงินดิจิทัล
บิตคอยน์ (Bitcoin) ลดลง 0.9% อยู่ที่ 61,195.02 ดอลลาร์สหรัฐ
อีเธอร์ (Ether) ลดลง 1.2% อยู่ที่ 1,608.76 ดอลลาร์สหรัฐ
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 2.7% อยู่ที่ 92.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.8% อยู่ที่ 4,037.89 ดอลลาร์ต่อออนซ์


