วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

บริษัทแม่ Shopee 'เลย์ออฟ' พนักงานหลายร้อยตำแหน่ง หันใช้ AI แทน

บริษัทแม่ Shopee 'เลย์ออฟ' พนักงานหลายร้อยตำแหน่ง หันใช้ AI แทน

'Sea' บริษัทแม่ของชอปปี ประกาศปลดพนักงานฝ่าย Dev หลายร้อยตำแหน่ง หันใช้เทคโนโลยี AI ในออฟฟิศมากขึ้น ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังมุ่งเดินหน้าลงทุน AI

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า บริษัท Sea Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee กำลัง "ปรับลดพนักงานหลายร้อยตำแหน่งทั่วโลก" ในฝ่ายนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากกำลังลดจำนวนพนักงาน(เลย์ออฟ)ควบคู่ไปกับการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในสถานที่ทำงาน และพัฒนาบริการใหม่ๆ ที่อาศัยเทคโนโลยี AI มากขึ้น

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า การปรับลดพนักงานซึ่งเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์นี้ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของพนักงานฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งหมดของ Shopee โดยกระทบหลายตำแหน่ง เช่น ฝ่ายประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ และอาจมีการปรับลดตำแหน่งงานเพิ่มเติมอีกในอนาคต 

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าการปลดพนักงานครั้งนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการลงทุนด้าน AI ของ Sea หรือไม่ โดยข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทั่วโลกกำลังถกเถียงถึงผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน รวมถึงกระแสวิจารณ์เรื่อง “AI-washing” หรือการนำ AI มาเป็นเหตุผลประกอบการเลิกจ้างปรับลดพนักงาน

หลังจากเกิดการปลดพนักงานครั้งใหญ่ในบริษัทอย่าง Block Inc. ของแจ็ก ดอร์ซีย์ ที่มีการเลย์ออฟหลายพันตำแหน่ง ไปจนถึง Oracle Corp. ที่มีการเลย์ออฟมากถึงราว 3 หมื่นตำแหน่ง
 

ก่อนหน้านี้ บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากเร่งจ้างงานในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อกิจกรรมออนไลน์และดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันกำลังความกังวลเพิ่มขึ้นว่า AI อาจลดความจำเป็นในการใช้ซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบริการไอทีสำหรับองค์กรซึ่งเป็นตลาดที่สร้างรายได้มหาศาล โดยแม้ว่า AI จะยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างชัดเจน แต่หลายบริษัทก็กำลังมองหาวิธีเพิ่มผลผลิตโดยใช้ทรัพยากรให้น้อยลง

Sea ซึ่งเป็นเจ้าของทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ "Shopee" และแพลตฟอร์มเกม "Garena" กำลังปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ หลังจากซีอีโอ ฟอร์เรสต์ ลี ระบุว่า บริษัทมีโอกาสก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ หากเดินหน้าลงทุนใน AI อย่างจริงจัง บริษัทจึงเข้าร่วมกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่หันมาลงทุนใน AI เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ เช่น Alibaba Group ซึ่งกำลังเร่งลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าว ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในธุรกิจหลักของตน

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น Sea เผชิญแรงกดดันอย่างหนักนับตั้งแต่เดือนก.ย. ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นบริษัทมีมูลค่าตลาดราว 116,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่การปรับขึ้นของราคาน้ำมันในปีนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน และนักลงทุนยังจับตาทิศทางการเติบโตของบริษัทอย่างใกล้ชิด

จนถึงขณะนี้ Sea ได้นำ AI มาใช้ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เช่น ระบบแนะนำสินค้าและเครื่องมือช่วยเหลือผู้ขายบนแพลตฟอร์ม เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา บริษัทประกาศความร่วมมือกับ Google เพื่อผสาน AI เข้ากับการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กร รวมถึงการพัฒนาผู้ช่วยช้อปปิ้งอัจฉริยะ (AI Shopping Agents)

นอกจากนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยเมื่อเดือนพ.ค. ว่า Sea ยังได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อค้นหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ ในเทคโนโลยี AI ซึ่งบริษัทกำลังมองหา "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตตัวใหม่" นอกเหนือจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ


ที่มา: Bloomberg