วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

ค่าระวางเรือเอเชียไปสหรัฐพุ่ง 109% ซ้ำท่าเรือหลักแออัดรับฤดูอุปสงค์ฟื้นตัว

ค่าระวางเรือเอเชียไปสหรัฐพุ่ง 109% ซ้ำท่าเรือหลักแออัดรับฤดูอุปสงค์ฟื้นตัว

อัตราค่าระวางเรือบรรทุกสินค้าทั่วโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น ปัญหาความแออัดของท่าเรือหลักในเอเชีย และอุปสงค์ที่เริ่มฟื้นตัวในช่วงเข้าสู่ฤดูกาลที่มีความต้องการสูง (Peak season) ในพื้นที่ขนส่งทางทะเล ท่ามกลางวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่บีบให้ผู้นำเข้าต้องแบกรับภาระต้นทุนที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น

ตัวเลขจากซีเนตา (Xeneta) แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลค่าระวางเรือจากกรุงออสโล ระบุว่า อัตราค่าระวางเรือแบบระยะสั้น (Spot rate) สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ในเส้นทางจากเอเชียไปยังยุโรปเหนือ ปรับเพิ่มขึ้นถึง 27% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ไปแตะระดับ 3,649 ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่เส้นทางจากเอเชียไปยังชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ก็ขยับพุ่งขึ้น 20% ไปอยู่ที่ 3,933 ดอลลาร์

ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับดัชนีล่าสุดจากสถาบันวิจัยดรูว์รี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราค่าขนส่งระยะสั้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งปี

รายงานจาก Xeneta เผยว่า อัตราค่าขนส่งตู้สินค้าจากเอเชียไปยังสหรัฐทะยานขึ้นถึง 109% นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับตู้สินค้าที่มุ่งหน้าสู่ทวีปยุโรปก็ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% สถานการณ์นี้บีบให้บรรดาสายการเดินเรือต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเพิ่มเติม และผลักภาระต้นทุนที่เชื่อมโยงกับวิกฤตพลังงานไปให้กลุ่มผู้นำเข้าแบกรับแทน

นอกจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแล้ว อุตสาหกรรมการขนส่งยังต้องเผชิญกับภาวะแออัดของการจราจรทางเรือ ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเป็นฤดูกาลที่มีความวุ่นวายสูงสุดจากการเร่งเติมสต็อกสินค้า ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลให้เกิดปัญหาคอขวดสะสมในศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายสินค้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะที่สิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งแรงกดดันนี้ได้ลุกลามไปยังเส้นทางการค้าอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลจากอ่าวเปอร์เซียด้วยเช่นกัน

ปีเตอร์ แซนด์ หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Xeneta ชี้ให้เห็นว่า "การหยุดชะงักของท่าเรือถือเป็นภัยร้ายแรงต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะที่ศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่มีความสำคัญระดับโลกอย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยนี้เองที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลในเส้นทางการค้าข้ามแปซิฟิก แม้ว่าเส้นทางดังกล่าวจะไม่ได้เดินทางผ่านตะวันออกกลางก็ตาม"

ผลกระทบจากค่าขนส่งที่แพงลิ่วนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขนส่งทางทะเลเท่านั้น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์ (Logistics Managers’ Index) ประจำเดือนพฤษภาคม แสดงอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับตัวชี้วัดอื่นๆ ตลอดประวัติศาสตร์ 10 ปีที่มีการจัดทำรายงานฉบับนี้ ขณะที่มีรายงานว่าราคาหุ้นของบริษัทขนส่งทางทะเลรายใหญ่ของโลกอย่าง เอ.พี. มอลเลอร์-เมอส์ก ปรับตัวบวกขึ้นถึง 13% ในสัปดาห์ที่ผ่านม

นักวิเคราะห์จาก Xeneta ประเมินว่า ทิศทางการปรับขึ้นของอัตราค่าระวางเรือกำลังสะสมโมเมนตัมอย่างต่อเนื่อง และท่ามกลางความกังวลที่ทวีความรุนแรงขึ้นว่าราคาน้ำมันจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงครึ่งปีหลัง การพุ่งขึ้นของค่าขนส่งจึงยังขยับขึ้นได้อีก หากผู้ส่งสินค้าพยายามเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้า บรรดาสายการเดินเรือก็จะยิ่งผลักอัตราค่าระวางให้สูงขึ้นไปอีกได้ 

อ้างอิง Bloomberg