ในขณะ AI กำลังสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก สหรัฐอาจกำลังทดลองแนวคิดใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือการทำให้ประชาชนกลายเป็น ‘ผู้ถือผลประโยชน์’ จากการเติบโตของ AI โดยตรง หลังทำเนียบขาวสนใจ ‘เข้าถือหุ้น’ ในบริษัท AI
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า “ทำเนียบขาว” กำลังเจรจากับ “แซม อัลท์แมน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐจะ “เข้าถือหุ้น” ในบริษัท AI นี้ที่มีมูลค่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
หนึ่งในแนวคิดที่กำลังถูกพิจารณาคือ OpenAI อาจมอบหุ้นบางส่วนให้แก่รัฐบาลสหรัฐ เพื่อนำไปเป็นทุนตั้งต้นสำหรับกองทุนลักษณะเดียวกับ “กองทุนความมั่งคั่งสาธารณะ”
OpenAI ระบุว่า กองทุนดังกล่าวสามารถนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาวที่มีความหลากหลาย และเปิดโอกาสให้ประชาชนอเมริกันได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI ผ่านผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนโดยตรง
แม้ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขการลงทุนหรือสัดส่วนการถือหุ้นอย่างเป็นทางการ และรายละเอียดทั้งหมดอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต แต่แนวคิดดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากอาจกลายเป็นต้นแบบใหม่ของ “การแบ่งปันผลประโยชน์” จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้กับประชาชนในวงกว้าง
ด้านประธานาธิบดี ทรัมป์ ยืนยันถึงการหารือดังกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์บนเครื่องบิน Air Force One โดยกล่าวว่า มีหลายแนวคิดที่กำลังถูกพิจารณา ซึ่งรวมถึงรูปแบบที่ประชาชนอเมริกันจะได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์และกลายเป็น “หุ้นส่วน” ของการเติบโตในยุค AI
“มีแนวคิดบางอย่างที่อาจทำให้ประชาชนอเมริกันได้รับส่วนแบ่ง และประชาชนจะกลายเป็นหุ้นส่วนของความสำเร็จนั้นโดยตรง” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่า เขาจะพบกับผู้บริหารบริษัท AI หลายแห่งในอนาคตอันใกล้นี้
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของทรัมป์ที่ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อผลักดันการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีเป็นหลัก
ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ ได้แสดงบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยมีรายงานว่า รัฐบาลได้เข้าถือหุ้นในบริษัทด้านเทคโนโลยีสำคัญหลายแห่ง รวมถึง Intel และบริษัทในอุตสาหกรรมควอนตัมคอมพิวติ้งและแร่ธาตุสำคัญบางราย
การหารือเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ OpenAI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าประเมินจากนักลงทุนเอกชนมากกว่า 850,000 ล้านดอลลาร์ และกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายในปีนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังถูกมองเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในระดับเดียวกับพลังงาน การเงิน หรือกลาโหม และอาจนำไปสู่ยุคใหม่ที่รัฐบาลไม่ได้ทำหน้าที่เพียงกำกับดูแลเทคโนโลยี แต่เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะ “ผู้ถือผลประโยชน์” จากเทคโนโลยีโดยตรง
“สหรัฐควรเป็นผู้นำด้าน AI ผ่านการพัฒนาโมเดลที่ดีที่สุด ทำให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัย และส่งมอบเครื่องมือด้านไซเบอร์ให้กับผู้ปกป้องระบบที่เชื่อถือได้” อัลท์แมนระบุผ่านแพลตฟอร์ม X พร้อมกล่าวว่า คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่ของรัฐบาล “สร้างสมดุลได้อย่างเหมาะสม”
อ้างอิง: cnbc

