วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

สรุป 10 เรื่อง SpaceX มหากาพย์ IPO แสนล้าน รายย่อยซื้อได้มั้ย?

สรุป 10 เรื่อง SpaceX มหากาพย์ IPO แสนล้าน  รายย่อยซื้อได้มั้ย?

วันนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” พาเปิดเบื้องลึก อ่านหนังสือชี้ชวนการลงทุน สำหรับการ IPO ครั้งหนี้ของ  SpaceX กับ 10 เรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

กลายเป็นกระแสสั่นสะเทือนวงการการเงินและเทคโนโลยีทั่วโลก เมื่อ SpaceX ยักษ์ใหญ่ด้านอวกาศของ อีลอน มัสก์ เตรียมทำลายสถิติด้วยการระดมทุนสาธารณะ (IPO) ครั้งประวัติศาสตร์ที่คาดว่าจะสูงถึง 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.9 ล้านล้านบาท

วันนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” พาเปิดเบื้องลึก อ่านหนังสือชี้ชวนการลงทุน สำหรับการ IPO ครั้งนี้ของ SpaceX กับ 10 เรื่องที่นักลงทุนต้องรู้ 

1.SpaceX จะ IPO วันไหน?

ตามเอกสารที่ SpaceX  ระบุชัดเจนว่าบริษัทต้องการระดมทุนมูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.74 ล้านล้านบาท ผ่านการจำหน่ายหุ้น IPO ซึ่งตัวเลขนี้จะกลายเป็นการระดมทุนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นทั่วโลก

ทาง SpaceX ยืนยันกำหนดการสำคัญ โดยจะประกาศราคาเสนอขายหุ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ และจะเปิดให้เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนเป็นต้นไป โดนจะเข้าเสนอขายในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก

หากราคาหุ้นเปิดตัวที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐตามที่คาดการณ์ไว้ จะส่งผลให้ SpaceX มีมูลค่าตลาดรวม สูงถึงประมาณ 1.785 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐทันที

2.เปิด spacexipo.com  เอาใจ ‘รายย่อย’

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา SpaceX ได้เปิดหน้าเว็บไซต์ spacexipo.com เพื่อต้อนรับนักลงทุนรายย่อย โดยภายในเว็บประกอบด้วยหนังสือชี้ชวนและเซกชันถาม-ตอบ   และยังเปิดเผยข้อมูลสำหรับการนำเสนอแผนงาน   เพื่อให้นักลงทุนรายใหญ่ได้เข้ามาตรวจสอบ  

นอกจากนี้ บุคคลทั่วไปรวมถึงนักลงทุนในต่างประเทศและสหราชอาณาจักรสามารถเข้าถึงการซื้อหุ้นนี้ได้ผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนและโบรกเกอร์บางแห่งที่มีสิทธิ์เข้าถึง หรืออาจได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมผ่านกองทุนบำเหน็จบำนาญ กองทุนออมทรัพย์ หรือกองทุนดัชนี (Index Fund) ที่จะเข้าซื้อหุ้นนี้โดยอัตโนมัติ 

 บนเว็บไซต์ใหม่นี้ SpaceX ได้ระบุถึงพันธกิจของบริษัทไว้ว่า "เรากำลังพัฒนาโครงสร้างระบบและเทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมทั้งบนโลกและอวกาศ เพื่อร่วมค้นหาคำตอบเกี่ยวกับธรรมชาติที่แท้จริงของจักรวาล และขยายขีดความสามารถแห่งการรับรู้ของมนุษยชาติออกไปสู่ดวงดาว"

3.เปิดโครงสร้างหุ้น ‘อีลอน มัสก์’ ยังถือสิทธิ์ขาด

รายละเอียดในเอกสารชี้ชวนระบุว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้นจำนวนประมาณ 555.5 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 135 ดอลลาร์ เพื่อให้ได้เงินทุนตามเป้า 75,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียง 4.2% ของหุ้นทั้งหมด

ส่วนที่เหลืออีก 95.8% จะยังคงอยู่ภายใต้การครอบครองของซีอีโอ อีลอน มัสก์ และทีมผู้บริหารระดับสูง 

ทั้งนี้ SpaceX ยังเปิดช่องให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สามารถขายหุ้นส่วนเกินได้หากมีความต้องการสูง ซึ่งอาจทำให้ยอดระดมทุนรวมพุ่งไปแตะ 85,700 ล้านดอลลาร์ 

4.  SpaceX  เอาเงินไปทำอะไรบ้าง?

SpaceX วางแผนนำเงินทุนมหาศาลนี้ไปใช้ในหลายส่วน รวมถึงการขยายระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับประมวลผล AI, การอัปเกรดฐานปล่อยจรวดและตัวยานขนส่ง, การเพิ่มจำนวนและขีดความสามารถของกลุ่มดาวเทียมนำทาง รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไปภายในบริษัท"

นอกจากแผนข้างต้นแล้ว เอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลยังระบุว่า SpaceX จะนำเงินที่ได้จากการทำ IPO รวมถึงเงินกู้ยืมใหม่ ไปชำระคืนหนี้สินระยะสั้นมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีกำหนดชำระคืนภายในระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้า

เงินทุนส่วนหนึ่งที่ได้จากการ IPO ของ SpaceX จะถูกแบ่งไปสนับสนุนโครงการศูนย์ข้อมูลในวงโคจรซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่มัสก์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาเชื่อว่าการรันระบบและประมวลผล AI บนอวกาศจะมีต้นทุนที่ถูกกว่าการทำบนพื้นโลก

5.  เงิน IPO 78% ถูกล็อกไว้จ่ายหนี้

ความจริงที่น่าตกใจเพิ่งถูกเปิดเผยในหนังสือชี้ชวน (S-1) เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่าเงินทุนมหาศาลก้อนนี้ กว่า 78% ถูก "จับจอง" ไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจกลายเป็นฝันร้ายของนักลงทุนที่กำลังแย่งชิงหุ้นนี้อยู่

David Trainer ซีอีโอของบริษัทวิจัย New Constructs ได้ชี้ให้เห็นข้อมูลในเอกสาร S-1 ว่า เงินจำนวนถึง 62,800 ล้านดอลลาร์ หรือ 78% ของเงิน IPO ทั้งหมด ถูกล็อกไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อจ่ายคืนให้แก่กลุ่มคนวงในและคู่ค้า

รายงานระบุว่า SpaceX มีพันธะสัญญาที่จะต้องนำเงินมากกว่า 3 ใน 4 นี้ ไปจ่ายให้แก่บุคคลที่สาม ได้แก่ Valor Equity Partners ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่, บริษัท X Corp. ของ Musk, และกลุ่มนักลงทุนใน xAI เพื่อชำระหนี้ รวมถึงจ่ายให้กับบริษัท Echostar สำหรับดีลปิดการซื้อขายคลื่นความถี่  

นั่นหมายความว่า SpaceX จะเหลือกระสุนดินปืนไม่ถึง 18,000 ล้านดอลลาร์ในการขับเคลื่อนรถด่วนสาย AI ขบวนนี้ 

6.ไส้ในยัง ‘ขาดทุน’ ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องแบก

นี่คือความจริงข้อสำคัญที่นักลงทุนตาโตกับตัวเลขระดมทุนต้องรู้ เพราะเมื่อเปิดดูงบการเงิน "ไส้ในของ SpaceX ยังคงขาดทุนสุทธิ" โดยในปีที่ผ่านมา แม้บริษัทจะทำรายได้รวมได้สูงถึง 18,600 ล้านดอลลาร์ แต่กลับขาดทุนสุทธิสูงถึง 4,900 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 1.38 แสนล้านบาท

ยิ่งไปกว่านั้น ในเอกสารชี้ชวนการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งเป็นเอกสารกฎหมายที่แจ้งต่อทางการและนักลงทุน ยังระบุไว้ชัดเจนแบบตรงไปตรงมาว่า บริษัทมี "ประวัติการขาดทุนสุทธิมาอย่างต่อเนื่อง" และ "อาจจะไม่สามารถทำกำไรได้ในอนาคต" เนื่องจากตราบใดที่บริษัทยังคงใส่เกียร์เดินหน้าลงทุนในโครงการอภิมหาโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง กระแสเงินสดส่วนใหญ่ก็จะถูกเผาไปกับค่าวิจัยและพัฒนา 

7.ธุรกิจ AI ‘หลุมดำสูบเงินสด’  

เหตุผลหลักที่ทำให้ SpaceX ขาดทุนยับเยินขนาดนี้ เป็นเพราะแผนก AI ซึ่งเดิมคือบริษัท xAI ของมัสก์ที่ถูกจับควบรวมเข้ามาเมื่อต้นปี 2026 กำลังทำหน้าที่เป็น "หลุมดำที่สูบเงินสด" ของบริษัทไปอย่างมหาศาล 

ปัจจุบันคาดว่ามีการเผาเงินไปแล้วกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ชื่อ Grok และสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ภาคพื้นดิน Colossus I และ II

การแข่งขันในศึก AI นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทำให้นักวิเคราะห์กังวลว่าเม็ดเงินระดมทุนจากการ IPO ครั้งนี้ส่วนใหญ่จะถูกสูบหายไปในหลุมดำนี้เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการไล่กวดคู่แข่งอย่าง Google หรือ OpenAI 

8.อาณาจักรธุรกิจของ ‘อีลอน มัสก์’

การนำ SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ครั้งนี้ ถือเป็นจุดสูงสุดในความฝันของ อีลอน มัสก์ นับตั้งแต่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 2002 ด้วยเป้าในการสร้างจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อลดต้นทุนและกรุยทางสู่การสร้างอาณานิคมของมนุษยชาติบนดาวอังคารในอนาคต

ปัจจุบันหุ้นของ SpaceX ไม่ได้ผูกติดอยู่กับธุรกิจอวกาศเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เนื่องจากมัสก์ได้ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่โดยนำ xAI เข้ามาเป็นบริษัทย่อยภายใต้ร่มเงาของ SpaceX อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเชื่อมโยงเข้ากับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X และโมเดลปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำอย่าง Grok ส่งผลให้ SpaceX เปลี่ยนสถานะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอวกาศและปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจรในหนึ่งเดียว

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ SpaceX มีมูลค่าบริษัทพุ่งสูงลิ่วคือ "Starlink" บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2019 ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Starlink ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งสร้างกำไรและกระแสเงินสดหลักที่ช่วยหล่อเลี้ยงโครงการอื่น ๆ ของบริษัท

นอกจากธุรกิจหลักแล้ว มัสก์ยังได้เชื่อมโยงอาณาจักรเข้าด้วยกันผ่านโครงการ "Terafab" ซึ่งเป็นการร่วมทุนครั้งสำคัญระหว่าง Tesla และ SpaceX โดยมีเป้าหมายในการรวมทุกกระบวนการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำให้อยู่ภายในสถานที่เดียวกันทั้งหมด เพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเชนภายนอก

9 .  Morningstar เตือน ‘ระวังหุ้นแพงเกินจริง’

แม้ภาพรวมธุรกิจจะแข็งแกร่ง แต่อัตราประเมินความไม่แน่นอน (Uncertainty Rating) ของ SpaceX อยู่ในระดับ "สูงมาก" (Very High) เนื่องจากบริษัทมีประวัติการขาดทุนสุทธิยาวนาน 

Morningstar สรุปมุมมองว่า มูลค่ากิจการที่แท้จริงของธุรกิจอวกาศและการเชื่อมต่อควรอยู่ที่ประมาณ 611,000 ล้านดอลลาร์ และเมื่อบวกมูลค่าความน่าจะเป็นของธุรกิจ AI เข้าไปอีก 170,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่ารวมที่เหมาะสมควรจะต่ำกว่าราคาตลาดที่มีการคาดเดากันอยู่ถึง 45% ดังนั้นราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์จึงถือว่า "มูลค่าสูงเกินไปอย่างมาก"  

10.มหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ คนแรกของโลก 

ในขณะที่ SpaceX กำลังปรับโฉมภาพลักษณ์ของบริษัทเพื่อดึงดูดเงินทุนใหม่จากนักลงทุน แน่นอนว่าผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดนอกเหนือจากตัวบริษัทก็คือ “อีลอน มัสก์” โดยมีรายงานว่ามัสก์ถือหุ้นใน SpaceX อยู่ราว 42% ก่อนที่จะถูกลดสัดส่วนลงจากการเพิ่มทุน 

หากมูลค่าบริษัท SpaceX พุ่งทะยานไปถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็จะส่งผลให้มัสก์กลายเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่มีทรัพย์สินแตะระดับ "ล้านล้านดอลลาร์" อย่างเป็นทางการ

 

อ้างอิง bbc,YahooFinance ,  morningstar  ,fortune