แม้อิหร่านสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลกด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านเองกลับต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันร่วงลงสู่ ‘ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี’ ขณะที่คลังน้ำมันลอยน้ำเริ่มร่อยหรอ
ท่ามกลางความตึงเครียด อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันหนัก หลังการส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทในเดือนพฤษภาคมร่วงลงสู่ “ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี” โดยปริมาณส่งออกเฉลี่ยลดลงต่ำกว่า 300,000 บาร์เรลต่อวัน จากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การขนส่งน้ำมัน Vortexa ระบุว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่เพียง 209,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลงอย่างรุนแรงจาก 1.34 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน และเกือบ 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ในระดับดังกล่าว ถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 ถึงต้นปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ดำเนินนโยบาย “กดดันสูงสุด” ต่ออิหร่านในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระแรก
การส่งออกที่ทรุดตัวลง เกิดขึ้นหลังสหรัฐเริ่มบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลเมื่อวันที่ 13 เมษายน โดยมุ่งสกัดกั้นเรือที่เข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน
ขณะเดียวกันตลาดน้ำมันโลกยังเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย คูเวต อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
แคลร์ จุงแมน นักวิเคราะห์ของ Vortexa กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกน้ำมันอิหร่านลดลงมาจากความปั่นป่วนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ และความไม่เต็มใจของเจ้าของเรือ ผู้ประกอบการ บริษัทประกันภัย และคู่ค้าต่าง ๆ ที่ไม่ต้องการนำเรือและลูกเรือเข้าไปเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงในปัจจุบัน
ข้อมูลจาก Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลพลังงานอีกรายหนึ่งสะท้อนแนวโน้มเดียวกัน โดยประเมินว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ประมาณ 260,000 บาร์เรลต่อวัน แม้สูงกว่าตัวเลขของ Vortexa เล็กน้อย แต่ยังคงเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำมันอิหร่านที่ถูกเก็บกักอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเลเริ่มลดลง หลังจากมีเรือจำนวนมากทยอยขนถ่ายน้ำมันเข้าสู่จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน
ข้อมูลของ Kpler ระบุว่า ปัจจุบันมีน้ำมันดิบและคอนเดนเสทของอิหร่านประมาณ 147 ล้านบาร์เรลที่ยังคงลอยอยู่ในคลังเก็บกลางทะเล โดยในจำนวนนี้ราว 67 ล้านบาร์เรลติดค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน ขณะที่ปริมาณน้ำมันในคลังลอยน้ำลดลงจากระดับสูงสุดราว 190 ล้านบาร์เรลในช่วงปลายเดือนเมษายน
ด้านอีมาน นาสเซรี นักวิเคราะห์จาก FGE NexantECA ประเมินว่า มีน้ำมันดิบอิหร่านประมาณ 55 ล้านบาร์เรลที่ยังติดอยู่บนเรือภายในพื้นที่ปิดล้อม ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการประเมินของ Kpler
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากการปิดล้อมทางทะเลยังดำเนินต่อไปอีกประมาณ 2 เดือน อิหร่านอาจเผชิญภาวะน้ำมันสำหรับส่งออกไปยังจีนลดลงอย่างรุนแรง หรืออาจแทบไม่เหลือปริมาณที่พร้อมจัดส่งเลย
โฮมายูน ฟาลักชาฮี นักวิเคราะห์ของ Kpler กล่าวว่า หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ อิหร่านอาจสูญเสียความสามารถในการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันไปยังจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักที่ช่วยพยุงรายได้จากพลังงานของประเทศ
ข้อมูลล่าสุดยังชี้ว่า การนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านของจีนลดลงเหลือ 1.10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อหนึ่งในเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก
อ้างอิง: reuters

